สนช.ผ่านวาระแรกร่าง กม.กกต. หวั่นต้องส่งศาล รธน.ตีความคุณสมบัติ
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

สนช.ผ่านวาระแรกร่าง กม.กกต.ตั้งกมธ.36 คน ทำงาน 45 วัน หวั่นต้องส่งศาลรธน.ตีความคุณสมบัติ "มีชัย" แจงกกต.จังหวัดไม่เหมาะ-ขาดความคล่องตัว...

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายลูกว่าด้วยกกต. เราใช้ร่างที่องค์กรอิสระต่างๆเสนอมาเป็นหลักการจัดทำ สิ่งใดที่ดีให้คงไว้ สิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องก็เพิ่มให้สมบูรณ์ เราพยายามทำให้กลไก คือ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งด้วยความเที่ยงธรรม ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง ถ้ากมธ.ของสนช.เห็นข้อบกพร่องใด กรธ.พร้อมน้อมรับเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย ส่วนใหญ่สนับสนุนในหลักการ แต่มีข้อสังเกตเรื่อง อาทิ การตัดกกต.จังหวัด แล้วใช้ผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน จะใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะบุคลากรเป็นคนนอกพื้นที่ แต่ กกต.จังหวัดเดิม ผูกพันคุ้นเคยพื้นที่มากกว่า

ส่วนการกำหนดคุณสมบัติกกต.เข้มกว่าเดิม จนอาจมีกกต.บางคนต้องพ้นตำแหน่ง จะกระทบเรื่องสิทธิกับผู้ดำรงตำแหน่งเก่าหรือไม่ โดยนายสมชาย แสวงการ สนช.กล่าวว่า สนช.พบว่า อาจมีกกต.2-3 คน ขาดคุณสมบัติตามร่างกฎหมาย หากสนช.แปรญัตติไม่เห็นด้วยกับที่กรธ. ยกร่างมา จะนำไปสู่ชั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัย ชี้แจงว่า ข้อกังวลที่ระบุว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งจะไม่ชำนาญเหมือนกกต.จังหวัดนั้น ขนาดสมาชิกสนช.นั่งอยู่ในสภายังรู้เลยว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะการสื่อสารวันนี้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องฝังตัวในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ในสำนักงานกกต.จังหวัดน่าจะบอกเบาะแสได้ เราต้องสร้างมือไม้ให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำงาน แต่ไม่ใช่มอบหมายมอบอำนาจให้คนอื่นไปทำ โดยจะเป็นหลักใช้ตลอดไปในทุกองค์กรอิสระ การตั้งกกต.จังหวัด จะเป็นรูปแบบกรรมการ ทำงานเป็นคณะ ไม่มีความคล่องตัว แต่ผู้ตรวจการเลือกตั้งจะทำงานลำพัง รายงานกลับสู่ส่วนกลางด้วยตัวเอง เป็นหลักที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 วรรคสุดท้าย ที่ให้หลีกเลี่ยงการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการมากที่สุด เพราะการทำงานระบบคณะกรรมการหาผู้รับผิดชอบยาก อุ้ยอ้าย ต้องมีประชุม มีลงมติ ส่วนคุณสมบัติและข้อห้ามของกกต. รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ยกเว้นให้ใคร ถ้าใครขาดคุณสมบัติก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง กรธ.จึงต้องเขียนกฎหมายลูกให้สอดคล้องกัน โดยให้ตรวจสอบคุณสมบัติกกต. หากถูกต้องก็อยู่ต่อไปจนครบวาระ หากคุณสมบัติไม่ครบก็พ้นไป กรธ.ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำเพียงแต่นึกไม่ได้ว่าจะหาทางแก้อย่างไร ถ้าทางกมธ.คิดหาทางแก้ได้กรธ.ก็ไม่ขัดข้อง

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่ต้องฟังความเห็นประชาชนในการออกกฎหมาย คณะกรรมการกฤษฎีกาตกลงกันว่าจะใช้ระบบไอที ให้มีช่องระบุความคิดเห็นได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่าเรารับฟังเพียงพอหรือไม่ สิ่งที่เรารับฟังมาจากประชาชนว่าคิดเห็นอย่างไร สนช.สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว ดังนั้นวันนี้จึงไม่จำเป็นต้องรับฟังอีก จะทำให้การตรากฎหมายล่าช้าออกไป จากนั้นที่ประชุมมีมติ รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนน 201 งดออกเสียง 2 เสียง และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 31 คนกำหนดระยะเวลาดำเนินงานภายใน 45 วัน และให้สมาชิกเสนอแปรญัตติภายใน 7 วัน.