แฉพวกขี้อิจฉาปล่อยข่าวซื้อขายตำแหน่งตร.
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ที่มี น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสปท.คนที่ 2เป็นประธานการประชุม ภายหลังหมดวาระการประชุมที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยพล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา สปท.ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า ในกรณีที่ อดีต สปท. พูดเรื่องโยกย้ายตำรวจจนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะมีการฟ้องร้อง ตนไม่อยากให้เอาสปท. ไปเกี่ยวข้อง เพราะการกล่าวหาว่ามีการซื้อขายตำแหน่งมีการกล่าวกันมาหลายครั้งแล้ว แต่มีข้อเท็จจริงโดยมีการสอบถามจากเพื่อนตำรวจ รุ่นพี่ รุ่นน้อง 300 คน และลูกศิษย์ตำรวจอีก 3 หมื่นคน จากการตรวจสอบไม่มีใครจ่ายเงินและไม่มีใครรับเงินจากการซื้อขายตำแหน่งเลย และยืนยันไม่มีผู้บังคับบัญชาขายตำแหน่ง เพราะ มีข้อมูลย้อนกลับมาว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งไม่สามารถทำได้  แค่คิดผู้บังคับบัญชาก็ได้ยินแล้ว ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สตช. และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีหูมีตา และมีหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งหน่วยทหาร หน่วยข่าว ฝ่ายปกครอง จึงสามารถรับรู้ข้อมูลต่างได้

พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าต้นตอข่าวลือมาจาก 1.กลุ่มที่ผิดหวัง จากการแต่งตั้งโยกย้าย  จึงอาจปล่อยข่าวลือเพื่อเป็นข้ออ้างถึงเหตุที่ตัวเองไม่ได้รับการแต่งตั้ง  คำกล่าวอ้างที่ดีที่สุดจึงคือไม่มีเงินซื้อตำแหน่งจึงไม่ได้รับการแต่งตั้ง 2.ผู้ที่มีความความผิดหวังจากการแต่งตั้งโยกย้าย อาจจะใส่ร้ายผู้ที่ได้รับตำแหน่งที่ตนต้องการหรือมาแทนในตำแหน่งที่ตนครองอยู่เดิม โดยกล่าวหาว่ามีการซื้อตำแหน่ง 3.กลุ่มผู้มีบารมีที่อยู่ในพื้นที่ ที่ฝากลูกน้องเพื่อนฝูง ญาติสนิท มาเพื่อขอรับการสนับสนุนในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อไม่สามารถแต่งตั้งให้ได้จึงเกิดความแค้น และปล่อยข่าวว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง 4.กลุ่มที่เป็นกองเชียร์ของข้าราชการตำรวจที่กำลังจะขึ้นสู่ตำแหน่ง

 ต่อมานายอนุสิษฐ์ คุณากร สปท. ได้ลุกขึ้นประท้วง ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม การแสดงข้อมูลต้องชัดเจนแต่ใครจะยืนยันว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นถูกต้องทั้งหมด จึงขอเสนอให้เป็นการประชุมลับ เพื่อให้พูดความจริงออกมาและนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง จากนั้นน.ส.วลัยรัตน์จึงสั่งให้เป็นการประชุมลับ โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชม.  โดยในที่ประชุม สปท.ที่เป็นตำรวจ 4  นาย  ทหาร 2  นาย และอดีตข้าราชการอีก 1 ราย โดยเฉพาะสปท.ในสายที่เคยรับราชการตำรวจมาก่อนต่างชี้แจง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ได้หยิบยกการทำงานของตำรวจที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทย ที่ทำงานต่างจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศอื่น แต่ของเราไม่ว่าใครจะไปจะมาต่างดูแลอย่างดี ส่วนที่มีคนเคยวิพากษ์วิจารณ์นั้น ก็อยากให้ยึดตามหลักกาลามสูตร10 ของพระพุทธเจ้าที่มีสิบข้อ หนึ่งในนั้นคือ อย่าเชื่อเพียงเพราะได้ยินจากใครมา

ขณะที่สปท.สายทหาร อาทิ  พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ ก็ได้ชี้แจงถึงสิ่งที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจให้แล้วเสร็จใน1ปี แต่หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้มา 2เดือน แต่ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าเท่าที่ควร อยากให้มีการปรับ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน

ขณะที่สมาชิกสปท.คนอื่น ต่างชี้แจงไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากมีข่าวจากอดีตสปท. ระบุในการโยกย้ายนายตำรวจมีการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งกันนั้น ก็ไม่อยากให้ถูกมองว่าสปท.ไปเป็นคู่ขัดแย้งกับสตช. เข้าใจว่าเมื่อมีข่าวการซื้อขายตำแหน่งออกมาทาง สตช.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและโยกย้ายนายตำรวจที่ถูกพาดพิงออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งปัญหาใน สตช.มีมากจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูป เมื่อสมาชิก สปท.ฟังการชี้แจงแล้วก็เข้าใจกันมากขึ้น.