วิศวะโล่ง'วิษณุ'หนุนถ่ายโอนเทคโนโลยีรถไฟไทย-จีน
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 16.00 น.  ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) สภาวิศวกร และสภาสถาปนิก เข้าหารือถึงข้อกังวลต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 30/2560 เรื่องมาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งกำหนดให้วิศวกรและสถาปนิกของจีนไม่ต้องอยู่ภายใต้การบังคับของพ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ.2542 และพ.ร.บ.สถาปนิก 2543 นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีวิศวกรของไทยร่วมดำเนินการกับวิศวกรจีน เพื่อให้ได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้วย

จากนั้น เวลา 17.15 น. นายธเนศ วีระศิริ นายกวสท. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือ ว่า วสท.ไม่ขัดข้องกับการใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.มาแก้ปัญหา แต่กังวลเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยี จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ โดยให้มีสมาคมต่างๆเข้ามาร่วมด้วย และให้วิศวกรไทยสามารถออกความคิดเห็นได้ ซึ่งนายวิษณุสนับสนุนข้อเสนอของเรา และยืนยันว่าให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ โดยรับปากว่าจะนำสิ่งที่พูดกันในครั้งนี้ไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ก่อนจะดำเนินการขั้นตอนต่อไป ขณะที่วสท.จะเป็นองค์กรกลางระดมความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สภาวิศวกร สภาสถาปนิก และสมาคมสถาปนิกสยาม เกี่ยวกับกระบวนการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากนั้นจะสรุปข้อมูลส่งให้รัฐบาลเพื่อนำไปบรรจุในร่างสัญญาของโครงการนี้



ด้านนายกมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นต้องมีวิศวกรของไทยเข้าร่วมด้วยอยู่แล้ว ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องการจะบรรจุเรื่องนี้ในตัวสัญญาจะมีความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งจะต้องอบรมเรื่องธรณีวิทยา เพื่อให้รู้ลักษณะของโครงสร้างต่างๆ และยังมีเรื่องของจรรยาบรรณ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเรื่องความปลอดภัยที่ทางเราจะจัดอบรมให้ จะเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตของเรา ซึ่งทางจีนยังกังวลอยู่เหมือนกัน แต่เพื่อหาจุดตรงกลาง โดยที่เอาประโยชน์ของประเทศคือความปลอดภัยของโครงสร้างเป็นสำคัญ

ขณะะที่นายอมร พิมานมาศ  เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า สภาวิศวกรจะไปพบกับผู้แทนของประเทศจีนที่จะเดินทางมาในวันที่  21 มิ.ย.นี้ เพื่อหารือถึงการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาโดยประสานกับสภาวิชาชีพวิศวกร  อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยจะพยายามรักษากฎหมายวิศวกรอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันไม่สามารถขัดแย้งคำสั่งหัวหน้าคสช.ได้ จึงควรทำให้ฝ่ายจีนมีความรู้อย่างจริงจังเพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยในการทำโครงการนี้ โดยสภาวิศวกรจะต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดการถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม.