'สมชัย'แจง4ข้อยื่นศาลรธน.ปม.ก.ม.ลูกกกต.| kachon.com

'สมชัย'แจง4ข้อยื่นศาลรธน.ปม.ก.ม.ลูกกกต.
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงช่องทางในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นว่า มีทั้งหมด 4 ช่องทาง โดย ช่องทางแรก เป็นการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 (2) ช่องทางที่สอง กกต.มีมติในฐานะเป็นองค์กรอิสระยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (1) ที่กำหนดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยกฎหมายหรือร่างกฎหมายว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ช่องทางที่สาม คือกรรมการ กกต. แต่ละคนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งก็จะยื่นได้เฉพาะประเด็นเซตซีโร่กกต. ส่วนช่องทางที่สี่ เป็นกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ประกาศใช้บังคับแล้ว กกต.ก็สามารถยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 231 ต่อผู้การแผ่นดินให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ซึ่งช่องทางทั้งหมดจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมกกต.ในวันที่ 18 ก.ค. เพื่อมีมติต่อไป ทั้งนี้ก็ต้องรอดูมติที่ประชุมกกต. ว่าจะเลือกช่องทางใด ซึ่งอาจจะเลือกดำเนินการมากกว่า 1 ช่องทางก็ได้ หรืออาจจะไม่ยื่นเลยก็ได้
                
นายสมชัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามมติกกต.ในวันพรุ่งนี้จะไม่ผูกพันการยื่นตีความของกกต.แต่ละคน  ซึ่งเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้มีข้อดี ที่ทำให้ประชาชนมีสิทธิ มีเสียงที่แท้จริง ส่วนหากที่ประชุมกกต.มีมติไม่ยื่นตีความ ส่วนตัวจะยื่นเองหรือไม่นั้น ตนยังไม่คิดอะไร และถึงตนจะยื่นก็ไม่ได้ยื่นเพื่อให้ตัวเองอยู่ต่อ แต่เป็นการยื่นเพื่อให้รู้ว่ารัฐธรรมนูญมีความศักดิ์สิทธิ ทำให้ประชาชนเพียงคนเดียวรู้ว่าสามารถยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
                
"เมื่อรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว กรธ.ก็บอกเองว่าประชาชนมีสิทธิยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างถือเป็นการทดลอง อาจจะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ประชาชนคนไทยจะสามารถใช้สิทธิเพื่อพิสูจน์ความศักดิสิทธิ์ของกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่สามารถยื่นคำร้องได้ ก็จะได้รู้ว่าสิทธิของประชาชนที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะไม่เป็นจริง"นายสมชัยกล่าว
                
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาของกกต.ที่มีนายสุรินทร์ นาควิเชียร เป็นประธาน เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมาทางสำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต. ได้ขอความเห็นต่อที่ประชุมคณะที่ปรึกษาว่า  หากกกต. จะมีหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 ( 2) ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาฯเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้นายกฯมีหน้าที่รับหรือผ่านคำร้องให้ฝ่ายใด  รวมทั้งต้องพิจารณาว่าประเด็นหลักที่ต้องการจะยื่นนั้น เป็นประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งใน 6  ประเด็นที่กกต.เห็นแย้งนั้นก่อนหน้านี้คณะกรรมการที่ปรึกษาฯ เห็นว่ามีเพียงประเด็นเดียวที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญคือกรณีที่รัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรคสอง บัญญัติให้กกต.คนเดียวมีอำนาจสั่งระงับยับยั้งการเลือกตั้งของหน่วยหรือเขตเลือกตั้งได้ แต่มาตรา 26 ของร่างกฎหมายลูก กกต.กลับบัญญัติให้ต้องรายงานต่อที่ประชุมกกต.เพื่อมีมติ  ซึ่งประเด็นข้อโต้แย้งทั้งหมดก็ได้มีพิจารณาในที่ประชุมสนช. และคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่ายไปแล้ว ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องมีการยื่นตีความอีก.