ข่าว‘ดูด’ เป็นวิธีโบราณ หญิงหน่อยว่าแก้ปัญหาไม่ได้ - kachon.com

‘ดูด’ เป็นวิธีโบราณ หญิงหน่อยว่าแก้ปัญหาไม่ได้
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

บิ๊กตู่ขออย่านำไปบิดเบือน

นายกฯวอนเลิกโยงไปสระแก้วดูด “ป๋าเหนาะ-วังน้ำเย็น” โฆษก “ไก่อู” เผยยกเลิกเพราะนายกฯกัมพูชาติดภารกิจ อย่าบิดเบือน “สุดารัตน์” ชี้ 4 ปียังไม่มีสันติสุข ย้ำ “ดูด” ยุทธวิธีโบราณ ใช้ไม่ได้กับคนมีอุดมการณ์ ขออย่าเล่นการเมืองจนเปรอะถึงขั้นห้ามฉีดยุง-ฉีดหมาช่วยชาวบ้าน “จาตุรนต์” เย้ยล้มทริปสระแก้วเพราะแผนดูดล้มเหลว พท.ได้ทีหยันไม่กล้าดูดพื้นที่กระแสพรรคแรง อย่างเก่งได้แค่ผู้แทน

สอบตก-ตัวสำรอง แต่หวั่นไหวพิษไข้เหลือง-แดง นปช.กระทุ้ง 4 ปีเหลวแก้ปรองดอง พวกหลงผิดตาคงสว่างเสียที ปชป.เตือน “บิ๊กตู่” ระวังดูดตัวอันตรายไว้เป็นหอกข้างแคร่ “ชวน” ฉายหนังซ้ำอัด “ทักษิณ” อีกแล้ว นิด้าโพลชี้เปรี้ยงคนอยากได้นายกฯชื่อ “บิ๊กตู่” ส่วนซูเปอร์โพลระบุชาวบ้านไม่รีบร้อนเลือกตั้ง

การเมืองเรื่อง “ดูด” ยังตลบอบอวล หลังมีกระแสข่าวว่า “กลุ่มวังน้ำเย็น” ของนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย คือสถานีต่อไปที่รัฐบาล คสช.จะทาบทามมาร่วมงานด้วย สอดรับกับกำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่จะเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ถิ่นฐานบ้านเกิดของนายเสนาะ แต่ปรากฏว่ามีการยกเลิกไปนั้น

“บิ๊กตู่” ขอเลิกโยงไปสระแก้วดูด ส.ส.

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.สระแก้ว ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวไปพบใคร ไปดูด ส.ส.ในพื้นที่ หรือไปพบปะประชาชน และไม่ใช่เกรงว่าจะถูกมองเชื่อมโยงทางการเมืองจึงได้ยกเลิกภารกิจไป เพราะแต่เดิมนั้นได้กำหนดว่าจะเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดด่านชายแดนร่วมกับสมเด็จฮุนเซน นายก รัฐมนตรีกัมพูชา แต่เนื่องจากนายกฯ กัมพูชาติด ภารกิจจึงต้องยกเลิกกำหนดการ นายกฯ จึงไม่ต้องการให้ สื่อมวลชนหรือนักการเมืองนำประเด็นนี้ไปบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด

รู้จัก “ป๋าเหนาะ” แต่ไม่สนิทสนม

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าการย้ายพรรคหรือรวมพรรค ไม่ได้รับประกันว่าผู้นั้นจะได้เป็น ส.ส. หากไม่มีผลงานหรือไม่ได้รับความไว้วางใจ ประชาชนก็ไม่เลือกอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้กังวลจนมากเกินไป ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนด้วย นอกจากนี้นายกฯ ยังแสดงความเป็นห่วงว่า แม้ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่การเลือกตั้ง แต่หากยังยุยงปลุกปั่นให้ร้ายเช่นนี้เมื่อเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร กรณีนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น นายกฯ เคยรู้จักมานานแล้ว แต่ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมหรือเกี่ยวข้องใดๆกัน

“สุดารัตน์” ชี้ 4 ปี ยังไม่มีสันติสุข

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เข้ารับ ปริญญาบัตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ด้วยผลงานดุษฎีนิพนธ์ “พุทธวิธีเชิงบูรณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน” มีครอบครัว ญาติสนิทร่วมแสดงความยินดี คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า สิ่งที่เรียนมาสามารถนำมาใช้ใน ชีวิตประจำวันและทางการเมืองได้ เพราะคำสอนของพระพุทธศาสนาสอนให้คนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทั้งหลักการอยู่ร่วมกัน หลักการปกครองคน สถานการณ์ปัจจุบันความขัดแย้งเริ่มกลับมาอีกครั้ง จึงควรปรับทัศนคติต่อกันด้วยการคิดดี พูดดี ทำดี ส่วนการแก้ปัญหาความขัดแย้งตลอด 4 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นเหมือนที่สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่เห็นอะไรที่เป็น รูปธรรม การใช้มาตรา 44 ไม่สามารถทำให้เกิด สันติสุขอย่างยั่งยืน

ใกล้เลือกตั้งควรเลิกคำสั่งพิเศษ

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งต่างๆ ของ คสช. รวมถึงมาตรา 44 มีมานานแล้ว ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งผู้มีอำนาจควรคืนโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ส่วนที่ คสช.ใช้กลไกภาครัฐตรวจสอบกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น อยากให้พูดคุยกันด้วยเหตุผล สร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน เมื่อถามว่า จะนำดุษฎีนิพนธ์ไปมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์อ่านหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ไม่เป็นไร เพราะสามารถหาอ่านได้ทั่วไป และคงไม่แนะนำอะไร พล.อ.ประยุทธ์

“ดูด” วิธีโบราณ ใช้ไม่ได้เสมอไป

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ใน จ.สระแก้ว เพื่อหากลุ่มสนับสนุนทางการเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า การดูดกลุ่มการเมืองเป็นวิธีโบราณ เป็นวิธีเก่าใช้มาจนรู้สึกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ แต่เราไปบังคับผู้มีอำนาจไม่ได้ ท่านใช้วิธีการนี้เพื่อเข้าสู่อำนาจต่อ เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจเลือก แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ แฟร์หรือไม่แฟร์อย่างไร ท่านจะทำอะไรก็เอาให้เต็มที่ ปล่อยให้เต็มที่ เมื่อถามว่า นายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรค จะยืนเคียงพรรคเพื่อไทยต่อหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า คนที่เป็นตัวแทนประชาชนต่างมีจุดยืนมีอุดมการณ์และความรับผิดชอบต่อประชาชน ตนคิดว่าน้อยคนที่จะกล้าทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับรองใครได้ ส่วนใหญ่ยังรักษาอุดมการณ์ ส่วนคนที่ตัดสินใจไปก็แล้วแต่ บางคนคิดว่าไปกับผู้มีอำนาจอาจเป็นเส้นทางที่ง่าย เพราะมีทั้งอำนาจเงินและอำนาจรัฐ แต่หลายคนไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องเงิน ทุกคนไม่ได้เห็นแก่อำนาจ หลายคนยังมีอุดมการณ์มีจุดยืน และไม่กล้าทรยศกับชาวบ้านหรือประชาชน

วอนอย่าเล่นการเมืองจนเปรอะ

คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงการออกคำสั่งของผู้อำนวยการเขตหลักสี่ที่ห้ามอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า รวมถึงฉีดยากันยุง ให้ประชาชนว่า ถ้าเป็นกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ขออย่ามองเป็นการเมืองไปซะทุกอย่าง การออกคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการใช้วิธีและบริบทเก่าๆของผู้มีอำนาจ มาห้ามคนอื่นที่จะทำความดีให้กับประชาชน ถ้าหากรัฐสามารถทำงานได้ดี นายสุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย รวมถึงคนอื่นๆคงไม่ต้องออกมาดำเนินการอะไร

แกนนำ พท.–“อนุทิน” ร่วมยินดี

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่บ้านพักย่านลาดปลาเค้า 60 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จัดงานฉลองและรับแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่เข้ารับปริญญาบัตรพุทธศาสตรดุษฎี บัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ท่ามกลางญาติสนิทสมิตรสหายคับคั่ง โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนเดินทางมาร่วมด้วยอย่างคึกคัก อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รวมทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

เย้ยล้มทริปสระแก้วเพราะดูดไม่ขึ้น

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์เพ้อ” ว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดที่ทำเนียบฯเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ว่า “ฝากให้ทุกคนรับรู้รับทราบ ช่วยกันบอกด้วยว่าเวลาผมไปต่างจังหวัด ไปประชุม ครม.ไปทุกจังหวัด จะไปที่ไหนเขารับตรงไหนก็เจอตรงนั้น ไม่ใช่ไปเจอคนแบบจัดให้เจอ จะไปเจอตรงไหนที่มากที่สุด ที่เขาจะจัดให้เจอกับประชาชนได้พูดคุยกับเขา ไม่ต้องการให้เป็นคำครหาอะไรทั้งนั้น” อ่านแล้วตกลงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปพบประชาชนมีการจัดประชาชนมาหรือไม่มีกันแน่ และมีคำถามอีกว่าเคยสังเกตกันมั้ยว่า พล.อ.ประยุทธ์มักพูดอะไรแบบไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดเรื่อยเปื่อยเป็นประจำ ที่นี่แค่พูดแค่กระเซาะเท่านั้น แต่ที่อยากถามคือ เลื่อนไปประชุมและทำกิจกรรมที่ จ.สระแก้ว ออกไปนั้น เป็นเพราะการดูดของท่านไม่เป็นไปตามแผนใช่หรือไม่ และต่อจากนี้จะมีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะเลือกไปประชุม ครม.ที่จังหวัดไหนและจะให้งบฯลงพื้นที่ต้องดูก่อนว่า จะสามารถไปดูดนักการเมืองหรือพรรคการเมืองมาสนับสนุนท่านให้ได้เสียก่อน ใช่หรือไม่

หยันไม่กล้าดูดพื้นที่กระแสพรรคแรง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการดูดนักการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า แม้จะมีกระแสข่าวการดูดในพื้นที่ต่างๆ แต่ในพื้นที่ภาคเหนือยังไม่ค่อยได้ยินเรื่องดังกล่าว เพราะมีปัจจัยความศรัทธาของประชาชนเป็นตัวชี้วัด พื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานส่วนใหญ่ และภาคใต้ คนจะศรัทธาในพรรค นโยบายและผู้นำของพรรคมากกว่าตัวบุคคล แม้ได้ตัวบุคคลไปก็ไม่สามารถชนะเลือกตั้ง เลยไม่มาดูดเพราะทำไปก็สูญเปล่า ขณะที่พื้นที่มีกระแสข่าวถูกดูดส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง ที่ทำพื้นที่มานานเกื้อหนุนประชาชนมาตลอด ทำให้คนยึดติดกับตัว ส.ส.มากกว่าพรรค เช่น ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ผู้มีอำนาจเลือกเจาะกลุ่มนี้เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะได้เสียง ส.ส.สนับสนุน โดยให้เงื่อนไขที่ไม่สามารถปฏิเสธได้กับกลุ่มดังกล่าว ทั้งความเกื้อหนุนทางธุรกิจ หรือเรื่องคดีความต่างๆ แนวคิดหลักของ คสช.ตั้งแต่ยึดอำนาจเข้ามาคือต้องการทำการเมืองแบบใหม่ โจมตีนักการเมืองเป็นคนไม่ดีมาตลอด แต่เพิ่งมาเปลี่ยนท่าทีช่วงหลังนี้ที่เดินสายหานักการเมืองแบบเก่า

ดูดได้แค่ผู้แทนเหรียญเงิน-สอบตก

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์พลังดูดที่ภาคอีสานขณะนี้เข้มข้นน่ากลัว มีการทาบทามอดีต ส.ส.หลายจังหวัดแบบถึงลูกถึงคน โน้มน้าวว่าถ้าไม่ย้ายจะสอบตกและนำปัญหาส่วนตัวของผู้แทนมากดดัน อย่างไรก็ตามอดีต ส.ส.เพื่อไทยไม่ค่อยหวั่นไหว เพราะทุกคนรู้ดีว่าย้ายพรรคสอบตกแน่ แต่คนที่หวั่นไหวคือพวกมีปัญหาทับซ้อนในพื้นที่ ไม่รู้จะได้ลงสมัครหรือไม่ กับอดีตผู้แทนฯสอบตก ยังมั่นใจว่าแม้จะถูกพลังดูดรุกหนักแต่พรรคเพื่อไทยจะรักษาที่นั่งในภาคอีสานได้เท่าเดิม เผลอๆ อาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ที่น่าห่วงคือพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มจะเสียที่นั่งหลายเก้าอี้ ขอท้า พล.อ.ประยุทธ์ถ้ามั่นใจพลังดูดจะประสบผล สำเร็จ ขอให้รีบประกาศตัวลงสนามเป็นนักการเมือง และรีบจัดเลือกตั้งตามโรดแม็ปต้นปี 2562 ให้รู้คำตอบกันเสียที

ห่วงโดนพิษไข้เหลือง-แดงเล่นงาน

ด้านนายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคอีสานสมัยที่แล้ว เชื่อว่าจะยังอยู่กับพรรค 100% และเท่าที่ฟังเสียงพี่น้องภาคอีสานยังอยากให้ ส.ส.อยู่กับพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม การดูด ส.ส.เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจรัฐทำทุกครั้ง ภายหลังการทำรัฐประหาร รวบรวม ส.ส.ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลต่อ เท่าที่เช็กดูกลุ่มที่รัฐบาลดูดไปได้เป็นอดีต ส.ว. และอดีต สจ.ในพื้นที่ ถือเป็นพวกเกรดรองต่อจากพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยหวั่นไหวมากกว่าคือการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรมแทรกแซงกลั่นแกล้งนักการเมืองระหว่างการเลือกตั้ง อาจทำให้ผู้สมัครถูกใบเหลือง ใบแดง หรือถูกตัดสิทธิเลือกตั้งได้

นปช.ชี้ 4 ปีแห่งความล้มเหลว

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า วันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบรอบ 4 ปี การยึดอำนาจของ คสช. ถือว่าล้มเหลวไม่ได้แก้ปัญหาตามที่ คสช.อ้างในการยึดอำนาจ เรื่องความแตกแยกของสังคม คสช.ไม่ได้ขับเคลื่อนประเทศไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง เหมือนซุกขยะไว้ใต้พรม และดูเหมือน คสช.เองก็ไม่ต้องการการปรองดองอย่างแท้จริง เรื่องที่ 2 ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลงมากจากปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำยาวนาน ชาวนาต้องจำนำรถไถ ถ้าเปรียบเทียบสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์มีแต่ซื้อใหม่ เรื่องที่ 3 เรื่องกฎหมาย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ทำงานยาก เรื่องที่ 4 ทุจริตคอร์รัปชัน คสช.กล่าวหานักการเมืองว่าทุจริต แต่วันนี้มีการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆมากมาย แม้กระทั่งแกนนำ คสช.บางท่านก็ถูกกล่าวหาและก็ไม่สามารถตอบสังคมเรื่องที่มาของทรัพย์สินได้ ได้แต่ภาวนาให้ คสช.รีบวางมือกลับบ้านไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน อย่าพยายามสืบทอดอำนาจอีกเลย 4 ปีเพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้ เป็น 4 ปีแห่งความล้มเหลว การสูญเสียของสังคมไทย กลุ่มคนที่เคยหลงผิดเรียกร้องให้มีการยึดอำนาจคงได้ตระหนักแล้วว่าการยึดอำนาจใช้ทหาร อาวุธมาแก้ปัญหาระยะสั้น แต่สร้างปัญหาระยะยาว

ปชป. แนะ “บิ๊กตู่” ปรับพฤติกรรม

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ออกมาตัดพ้อถูกโยงทุกเรื่องเป็นการเมือง ลงพื้นที่หวังดูดอดีต ส.ส.ว่า การจะถูกโยงเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำของนายกฯ และคนในรัฐบาลเองมากกว่า อยากให้นายกฯยอมรับความจริงว่านับตั้งแต่ท่านประกาศตัวเป็นนักการเมืองที่มาจากทหารเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การแสดงออกของท่านและคนในรัฐบาลก็มีนัยทางการเมืองมาโดยตลอด มีทั้งการนัดพบกลุ่มอดีต ส.ส.ที่ทำเนียบรัฐบาล และตามสถานที่ต่างๆ หลังจากนั้นก็มีการปูนบำเหน็จแต่งตั้งให้มีตำแหน่งชัดเจนในรัฐบาล นอกจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่าคนในรัฐบาลกำลังรวบรวมอดีต ส.ส. เตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อหนุนท่านให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง การกระทำที่เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์จึงยากที่จะปฏิเสธว่าไม่โยงการเมือง ถ้าท่านไม่อยากให้คนมองอย่างนั้น ก็ต้องบอกตัวเองและคนในรัฐบาลให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ลงมือปฏิบัติทำให้เห็นชัดๆ ว่าทำเรื่องการบ้านมากกว่าเรื่องการเมือง

แก้ปัญหาชาวบ้านอย่ามุ่งการเมือง

นายองอาจกล่าวว่า เรื่องการบ้านที่ประชาชนอยากเห็นนายกฯทำให้เป็นที่ประจักษ์คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านที่ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย 2.ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทั้งยางพารา ปาล์ม ข้าวโพด ยังเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ตก 3.ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นายกฯมีเวลาอีกเกือบหนึ่งปีกว่าจะมีเลือกตั้ง ควรใช้เวลาที่เหลือมาทำการบ้าน แก้ปัญหาชาวบ้านให้เห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้มากกว่าที่จะเอาเวลาไปสาละวนอยู่กับกลเกมทางการเมือง เหมือนอย่างที่ท่านและคนในรัฐบาลทำมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งไม่มีประโยชน์กับชาวบ้านแต่อย่างใด

ชี้ดึงตัวอันตรายเป็นหอกข้างแคร่

นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดเดือนละครั้งว่า อาจถูกมองว่าเป็นการเดินสายเพื่อดูดนักการเมืองกลุ่มต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯต่อในสมัยหน้าโดยการดูดนักการเมืองเข้ามาเป็นนั่งร้าน ก็อยากเตือนว่าการกลับมาโดยไม่มีมาตรา 44 ในมือ ท่านจะไม่สามารถใช้อำนาจชี้นิ้วสั่งใครในสภาฯได้เหมือนเคย ยิ่งบุคลิกท่านเป็นคนจุดเดือดต่ำ หากเจอนักการเมืองสารพัดแบบที่ประชาชนเลือกเข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร จึงขอแนะนำว่าคิดให้ถ้วนถี่ก่อนว่าพร้อมที่จะเป็นนายกฯต่ออีกสมัยหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองที่คนข้างกายที่ไปดูดมา ต่างก็มีพฤติกรรมแสวงหาประโยชน์ในรัฐบาลก่อนๆ ซึ่งประชาชนรู้กันดี หากได้คนเหล่านี้มาร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตรงตามเจตนาที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองหรือไม่

“ชวน” มุกเก่าวลีซ้ำโจมตี “ทักษิณ”

วันเดียวกัน ที่วัดอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเป็นประธานสมโภชวัดอู่ตะเภา อายุ 550 ปี พร้อมกล่าวระหว่างพบปะประชาชนว่า เราได้รับความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เมื่อปี 2544 มีเหตุระเบิดที่หาดใหญ่ นายทักษิณเดินทางมาประชุมที่หาดใหญ่ เรียกเจ้าหน้าที่มารับนโยบายยุทธวิธีหมัดเหล็ก เป็นวิธีการตอบโต้อย่างรุนแรง รองแม่ทัพภาค 4 สมัยนั้นคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีรุนแรง จนปัจจุบันมีคนทุกสาขาอาชีพตายไปแล้วกว่า 6,000 คน สร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจท่องเที่ยวมากมาย สมัยนายทักษิณได้ประกาศว่าเราจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน ใครไม่เลือกเราจังหวัดอื่นไว้ที่หลังพอมาดูอีกทีงบหมดแล้ว ภาคใต้บางยุคไม่มีใครเลือกพรรคไทยรักไทยเลย เราจึงถูกเลือกปฏิบัติมาตลอด เสียโอกาสมามาก พอสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้ไม่ได้ประกาศว่าจะไม่พัฒนาภาคใต้ แต่การบริหารของรองนายกฯปลอดประสพ สุรัสวดี ชาวภูเก็ตของบสร้างศูนย์ประชุม แต่รัฐบาลไม่อนุมัติโดยไม่มีเหตุผล

นิด้าโพลเผยอยากได้นายกฯ “บิ๊กตู่”

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 คน เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ครั้งที่ 2” พบว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนใหญ่ร้อยละ 32.24 ระบุ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯอีกครั้ง รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 17.44 ระบุคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 14.24 ระบุนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล อันดับ 1 ร้อยละ 32.16 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 25.12 พรรคพลังประชารัฐ (พรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์) และอันดับ 3 ร้อยละ 19.20 พรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.52 อยากเห็นพรรค การเมืองใหม่ๆเข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศ ขณะที่ร้อยละ 37.36 ระบุเบื่อการบริหารงานของพรรค การเมืองเก่า ส่วนความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.2562 ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.76 ไม่เชื่อมั่น เพราะยังไม่มีความพร้อม สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ และเลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่ร้อยละ 31.68 ระบุเชื่อมั่น เพราะบ้านเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ซูเปอร์โพลบอกไม่ต้องรีบเลือกตั้ง

ส่วนสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “โพลเลือกตั้ง” สอบถามจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,105 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6-12 พ.ค. ร้อยละ 74.1 ระบุการเลือกตั้งจะมีผลดี เพราะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต่างชาติเข้ามาลงทุน ประชาธิปไตยมีการพัฒนาให้ดีขึ้น คืนสิทธิให้ประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 25.9 ระบุมีผลเสีย อาจมีเหตุการณ์วุ่นวาย เกิดการโกงการเลือกตั้ง เกิดการโกง ความขัดแย้ง นโยบายไม่ต่อเนื่อง เมื่อสอบถามว่า ควรเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว หรือต้องวางแผนบริหารจัดการให้ดีก่อนเลือกตั้ง ร้อยละ 71.9 ระบุเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนบริหารจัดการให้ดีก่อนเลือกตั้ง ร้อยละ 28.1 ระบุควรเร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็ว ขณะเดียวกันประชาชนสวนใหญ่ร้อยละ 61.6 ไม่เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม มีเพียงร้อยละ 38.4 ที่ระบุว่าเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.5 ระบุ จะไปใช้สิทธิ มีแค่ร้อยละ 4.3 เท่านั้นที่จะไม่ไป

ชุมนุมได้แต่ต้องสันติไม่รุนแรง

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิตสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,163 คน ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ค. เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีการประท้วงของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ส่วนใหญ่ 70.85% ระบุเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ รองลงมา 22.27% ไม่แน่ใจ ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เมื่อถามว่าการประท้วงครั้งนี้ จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ ส่วนใหญ่ 43.94% คิดว่าไม่วุ่นวาย เพราะรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะที่ 34.05% ไม่แน่ใจ และ 22.01% วุ่นวาย อาจมี ผู้ไม่หวังดี มือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับการประท้วงครั้งนี้หรือไม่ 52.01% ไม่เห็นด้วย ควรใช้วิธีสันติ แสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ ขณะที่ 47.99% เห็นด้วย เพราะอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ส่วนความในใจวันนี้ที่อยากบอกนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. 44.35% คือ ฟังเสียงของประชาชน เปิดกว้าง ให้อิสระทางความคิด 34.35% กำหนดการเลือกตั้งให้ชัดเจน ทำตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ และ 27.39% เร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว ยึดหลักความถูกต้อง เป็นธรรม

นายกฯปราศรัยวันเกษตรกรปี 61

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันเกษตรกร ประจำปี 2561 ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลขอส่งความปรารถนาดีมายังเกษตรกรไทยทุกคนที่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แต่ปัจจุบันสังคมกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เกษตรกรไทยต้องมีองค์ความรู้แบบผสมผสาน นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และเพิ่มมูลค่าผลผลิต ปรับตัวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ เข้าใจระบบความ ต้องการตลาด พัฒนาภายใต้แนวคิดศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และขอบคุณเกษตรกรที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ชาติมาโดยตลอด และขอให้เกษตรกรทุกคนเชื่อมั่น รัฐบาล มุ่งมั่นทำงานอย่างเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง

“มีชัย” ย่องโรงพักเก็บข้อมูลปฏิรูป ตร.

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม 2 สถานีตำรวจ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่มีคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติร่วมเดินทางไปด้วย เป็นการเดินดุ่มๆขึ้นสถานีตำรวจ ไปเก็บข้อมูลการปฏิรูปตำรวจของจริงนอกห้องประชุม โดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า หนึ่งใน สภ.ตำรวจที่นายมีชัยเดินทางไปตรวจเยี่ยมคือ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการของสถานีมารับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อทราบถึงปัญหาต่างๆ ให้ได้ข้อมูลของจริง โดยไม่มีการปรุงแต่ง เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาใช้ประกอบการพิจารณาปฏิรูปตำรวจต่อไป หลังจากนี้อาจจะไปสุ่มเก็บข้อมูลจากสถานีตำรวจอื่นๆ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ต่อไปในวันหยุด โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

“บวรศักดิ์” เอือมปฏิรูปมีแต่แผน

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย กล่าวถึงการปฏิรูปกฎหมายว่า ตอนนี้เรามีแผนปฏิรูปกฎหมายออกมาแล้ว ต้องมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น ลดกฎหมายที่ล้าหลัง แต่ไม่จำเป็นต้องแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าการปฏิรูปไม่คืบหน้า ยังวนเวียนแต่การตั้งคณะกรรมการ นายบวรศักดิ์ ตอบว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตั้งยังไม่ครบปี แต่ถ้าพูดถึงการปฏิรูปเรื่องมันยาว ตนก็เหนื่อย เพราะตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วก็ยุบ ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จากนั้นจึงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ วันนี้ยังบอกให้ส่วนราชการไปทำแผน มีแต่แผนและแผน ปัญหาของการปฏิรูปคือวิธีคิดไม่เหมือนกัน รัฐบาลคิดว่าต้องให้ส่วนราชการปฏิรูป ตนยังสงสัยอยู่ ถ้าคนที่ถูกปฏิรูปมาทำปฏิรูปจะสำเร็จหรือ

ชี้ตั้ง “กอบศักดิ์” เร่งความคืบหน้า

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า มีคนมาถามว่า ปฏิรูปกี่ปีถึงเสร็จ ก็บอกไม่รู้ แต่การปฏิรูปต้องมีที่จบสิ้น ไม่ใช่จะปฏิรูปไปตลอดชาติ เมื่อถามว่า กลัวการปฏิรูปจะถูกโละโดยรัฐบาลเลือกตั้งหรือไม่ นายบวรศักดิ์ตอบว่า การจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ง่าย คณะกรรมการปฏิรูปถ้ารัฐบาลหลังเลือกตั้งโอเคก็จบ ถ้ามีนายกฯชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ก็จบ แต่ถ้าเป็นคนอื่นคิดว่าคงดูไม่จืด เมื่อถามว่า แสดงว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก นายบวรศักดิ์ตอบว่า ไม่ได้สนับสนุน แต่ก็ไม่คัดค้าน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เชื่อว่ารัฐบาลเห็นภาพแล้วว่าการปฏิรูปไม่คืบหน้า พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ตั้งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์หงุดหงิดเพราะงานมันไม่ค่อยออก คนเริ่มพูดแล้วว่า 4 ปีไม่เห็นปฏิรูปเลย จึงต้องเร่ง อย่างน้อยก็พูดได้ว่าปฏิรูปแล้วนะ

“บรรยง” ซัดพายเรือวนในอ่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรยง พงษ์พานิช คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เอานักกฎหมาย ทหาร กับข้าราชการ นำการปฏิรูปก็เป็นอย่างนี้แหละครับ เหมือนพายเรือวนในอ่าง เหมือนเล่นชิงช้าสวรรค์ เหมือนมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง ทำไปทำมาทุกอย่างอยู่ที่เดิม”

คุม “เอกชัย” แกนนำม็อบ นศ.ฝากขัง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันกระทำด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มายื่นคำร้องฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่วันที่ 13-24 พ.ค. 61 กรณี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.61 นายเอกชัยร่วมกับพวกรวม 10 คน เป็นแกนนำชุมนุมทางการเมืองของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเคลื่อนผู้ชุมนุมมาปราศรัยขับไล่โจมตีรัฐบาลและ คสช. ที่หน้าบก.ทบ. โดยการฝ่าฝืนกฎหมายหลายบท พร้อมคัดค้านการประกัน นายเอกชัยกล่าวพร้อมชูสามนิ้ว ตอนโดนนำตัวมาฝากขังว่า ตนไม่ยอมรับข้อกล่าวหาทั้ง 3 ข้อหา ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องอนุญาตให้ฝากขัง โดยวันนี้ไม่มีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายเอกชัยไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

“เดียร์” อาลัยพ่อรำลึก 8 ปี “เสธ.แดง”

ค่ำวันเดียวกัน 19.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง เดินมาจุดเทียน วางดอกไม้ รำลึกครบรอบ 8 ปี เหตุการณ์ พล.ต.ขัตติยะถูกลอบยิงระหว่างการชุมนุมร่วมกับกลุ่มนปช. ในวันที่ 13 พ.ค.2553 โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดง นำดอกกุหลาบสีแดง รูป เสธ.แดง มาร่วมวาง และจุดเทียนจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ น.ส.ขัตติยากล่าวว่า ผ่านมาแล้ว 8 ปี คดีความของคุณพ่อไม่มีความคืบหน้าใดๆ และในยุคนี้คงยากที่จะหาความยุติธรรม แม้แต่นักศึกษาออกมาเรียกร้องเลือกตั้งยังถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยที่ไม่เป็นธรรม ในวันหน้าหากบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติตนจะเดินหน้าหาความเป็นธรรมให้กับพ่ออีกครั้ง ส่วนรัฐบาลที่ประกาศจะมีการเลือกตั้งปี 2562 นั้นถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะสงสารประชาชนที่อยากเลือกตั้ง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อประเทศจะได้พัฒนาเดินหน้าในทางที่ดีขึ้นต่อไป