ข่าวจวกคำสั่งคสช.ยกเลิกก.ม.ผังเมืองปล่อยผีโรงงานขยะพิษอื้อ - kachon.com

จวกคำสั่งคสช.ยกเลิกก.ม.ผังเมืองปล่อยผีโรงงานขยะพิษอื้อ
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะอันตรายจำนวนมากของประเทศไทยในขณะนี้  ว่า ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ศึกษาผลกระทบจากการบังคับใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4 / 2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ออกคำสั่งนี้เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 โดยเหตุผลของการออกคำสั่งดังกล่าวระบุว่าเพื่อระงับและแก้ไขข้อขัดข้องทางกฎหมายบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อความพยายามของรัฐในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเรื่องความมั่นคงในการจัดหาพลังงานของประเทศไทย และปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการจัดการปัญหาขยะล้นเมือง และเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่า  ทั้งนี้คำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 มีเนื้อหาสำคัญคือให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงฯ ผังเมืองรวม ทุกฉบับในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลต่อการอนุญาตประกอบกิจการด้านเชื้อเพลิง พลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนกิจการที่เป็นปัญหาในขณะนี้ คือ การอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 ในส่วนของโรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (เช่น หลุมฝังกลบขยะ) และกิจการโรงงานลำดับที่ 106 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม (โรงงานรีไซเคิล) 

ดังนั้นคำสั่งนี้จึงมีผลอย่างแน่นอนต่อการกระจายตัวของโรงงานคัดแยกขยะและนำเข้าขยะขยะอิเล็กทรอนิกส์ในหลายพื้นที่เพราะมีการยกเลิกกฎหมายผังเมืองรวมฯ ที่มีการกำหนดพื้นที่โรงงาน พื้นที่อุตสาหกรรม แยกออกจากพื้นที่การเกษตรอย่างชัดเจน แต่เดิมพื้นที่เพื่อการเกษตรห้ามตั้งกิจการเหล่านี้เด็ดขาด แต่ขณะสามารถก่อสร้างและดำเนินการในที่ใดก็ได้ โดยขณะนี้มูลนิธิกำลังรวบรวมจำนวนโรงงานคัดแยกขยะ และโรงงานรีไซเคิลขยะ ที่เกิดขึ้นหลังประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งจะตรวจสอบเป็นรายพื้นที่รายอำเภอ ว่ามีโรงงานลักษณะนี้เพิ่มขึ้นจำนวนเท่าไร และจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้

ผู้จัดการมูลนิธิฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นการก่อสร้างกิจการโรงงานในลำดับที่ 105 และ 106 ยังไม่เป็นกิจการตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ทั้งที่เป็นกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างมาก ในอดีตอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจมีไม่มากและยังไม่เกิดผลกระทบ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นเพิ่มมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ถูกประกาศให้เป็นกิจการที่ต้องจัดทำอีไอเอแต่อย่างใด ทั้งที่มีทิศทางเพิ่มมากขึ้นและกระจายตัวมาก ที่สำคัญในโครงการอีอีซีของรัฐบาลก็ไม่ได้พูดถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมามากนัก.