ข่าวแนะทบทวนปลดล็อคช่างตัดผม-เสริมสวยทำคนไทยตกงาน - kachon.com

แนะทบทวนปลดล็อคช่างตัดผม-เสริมสวยทำคนไทยตกงาน
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายทศพร นพวิชัย อุปนายกสมาคมอินเตอร์คัวร์เฟอร์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้มีการประชุมรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเรื่อง การจัดทำกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ โดยเบื้องต้นให้มีการปลดล็อค10 อาชีพให้แรงงานต่างดาวสามารถทำได้ ซึ่งอาชีพช่างตัดผม-เสริมสวย ก็อยู่ในข่ายที่จะให้แรงงานหรือคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยประกอบอาชีพได้ ว่า  กฎหมายเกี่ยวกับอาชีพสงวนเป็นประเด็นหนึ่งที่มีการถกเถียงเพื่อหาฉันทานุมัติว่าควรมีการสงวนอาชีพใดบ้างสำหรับคนไทย และควรยกเลิกอาชีพสงวนอะไรบ้างเพื่อทำให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ หนึ่งในอาชีพสงวนทั้ง 39 อาชีพที่มีการกล่าวถึงอย่างมากคืองานตัดผม งานดัดผม งานเสริมสวย ซึ่งเป็นงานห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำพ.ศ.2522 ตามข้อเท็จจริงที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ในปัจจุบันพบว่า คนไทยประกอบอาชีพช่างเสริมสวยมากกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งเป็นทั้งร้านเสริมสวยแบบซาลอนและแบบบาร์เบอร์ อาชีพช่างเสริมสวยมีลักษณะเป็นงานอิสระที่ไม่ต้องใช้เงินในการลงทุนมากนัก ทําได้ทุกเพศทุกวัย ใช้เวลาเรียนขั้นพื้นฐานไม่นานก็สามารถประกอบอาชีพได้ 

นายทศพร กล่าวอีกว่า ร้อยละ 93 เป็นร้านเสริมสวยขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ร้านขนาดเล็กเหล่านี้มีช่างเสริมสวยประจำร้านประมาณ 1-2 คน มีลักษณะเป็นกิจการของครอบครัว มีการใช้ที่พักอาศัยหรือเช่าหน้าร้านเพื่อประกอบอาชีพและดูแลครอบครัวในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่คุ้นตามานาน ช่างเสริมสวยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ขาดศักยภาพและไม่มีความสามารถในการแข่งขันหรือลงทุนขยายร้านได้ ดังนั้น การพิจารณายกเลิกการสงวนอาชีพช่างเสริมสวยจึงเป็นประเด็นที่ควรมีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ หากมีการยกเลิกการสงวนอาชีพช่างเสริมสวยจะเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กเป็นอย่างมาก และเป็นการทำให้โอกาสที่้คนที่เป็นลูกจ้างสามารถออกไปเปิดร้านเองลดน้อยลง ดังนั้น อาชีพช่างเสริมสวยจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวัง ถึงแม้ว่ามีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วว่ายังคงให้อาชีพช่างเสริมสวยเป็นอาชีพสงวน แต่ก็ยังมีชาวต่างด้าวลักลอบเข้ามาประกอบอาชีพนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นแรงงานฝีมือและแรงงานไร้ฝีมือ มีการเปิดร้านเสริมสวยที่มีช่างเสริมสวยเป็นคนต่างด้าวในหลายจังหวัดโดยที่ไม่ได้มีการจับกุมหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

"หากมีการยกเลิกอาชีพนี้ออกจากบัญชีอาชีพสงวน จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยได้มากขึ้น และหากจะเทียบสัดส่วนของจำนวนช่างเสริมสวยหรือช่างบาร์เบอร์ กับอัตราส่วนของประชากรแล้ว อาชีพนี้ไม่ได้อยู่ในสภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด หน่วยงานในภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้านการส่งเสริมอาชีพมีการจัดทำโครงการสร้างงานและฝึกฝนอาชีพช่างเสริมสวยให้กับคนไทย เช่น ในวิทยาลัยสารพัดช่าง หรือศูนย์อบรมวิชาชีพของกรุงเทพมหานคร แม้กระทั่งในเรือนจำก็มีการเปิดอบรมวิชาชีพเสริมสวยหรือบาร์เบอร์  ถ้าแก้ไขปัญหาการขาดแคลนช่างเสริมสวยด้วยการยกเลิกการสงวนอาชีพเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะเมื่อช่างต่างด้าวเห็นลู่ทางก็จะออกไปเปิดกิจการเองและแย่งลูกค้าจากร้านเสริมสวยขนาดเล็กได้อย่างเสรี การพิจารณาแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงกฎหมายใดๆ ควรดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความขัดแย้งในสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นได้"นายทศพรกล่าว.