ข่าว1ต.ค.นี้ดีเดย์คัดแยกขยะภาครัฐ จ่อเก็บค่าใช้ถุงพลาสติก - kachon.com

1ต.ค.นี้ดีเดย์คัดแยกขยะภาครัฐ จ่อเก็บค่าใช้ถุงพลาสติก
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “มาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ” เพี่อชี้แจงให้ทุกหน่วยงานภาครัฐได้รับทราบกรอบแนยวทางการดำเนินงานตามมาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ และนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานในหน่วยงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุมกว่า 500 คนจากทุกทระทรวง

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ เป็นหนึ่งใน 5 กิจกรรม ภายใต้โครงการ “ทำดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” ที่ครม.เห็นชอบ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ให้ทุกหน่วยงานภาครัฐมีการดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุนการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงาน เพื่อให้การจัดการขยะมูลฝอยมีประสิทธิภาพและง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ ดำเนินงานพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ และกำหนดกเป็นตัววัดประสิทธิภาพดของหน่วยงานภาครัฐ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณพ.ศ.2562 หรือวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยในเบื้องต้นกำหนดเป้าหมายให้ข้าราชการทั่วประเทศ จำนวน 2.53 ล้านคน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและและคัดแยกขยะมูลฝอยเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนและหน่วยงานเอกชนและทุกอาคารสำนักงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยจากข้อมูลของ คพ.พบว่าข้าราชการแต่ละคนสร้างขยะในสำนักงานเฉลี่ยคนละ 300 ก./คน/วัน ถ้าข้าราชการทุกคนร่วมมือกันจึงจะช่วยลดขยะได้เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าขยะมูลฝอยจากหน่วยงานภาครัฐจะลดลงได้มากถึง 1.2 หมื่นตันต่อปี ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอย รวมทั้งสามารถสร้างรายได้จากขยะรีไซเคิลที่คัดแยกได้ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชนหน่วยงานเอกชนในการดำเนินการร่วมกันต่อไป  ทั้งนี้ขอมอบหมายให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ไปศึกษาพิจารณาการเก็บค่าใช้ถุงพลาสติกว่าจะสามารถนำมาใช้กับประเทศไทยได้หรือไม่  ถ้ารัฐบาลให้เก็บแล้วจะเอาเงินไปไหน เป็นไปได้ที่จะนำมาเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาให้ดีเพราะหากเสนอมาแล้วรัฐบาลอาจจะได้ก้อนหินจะมากกว่าดอกไม้



พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามถือเป็นโชคร้ายของประเทศไทย ที่มีการลักลอบนำเข้าขยะจากต่างประเทศ ในขณะที่เรากำลังเริ่มรณรงค์ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ลักลอบนำเข้ามากว่า 5 แสนตันเป็นสิ่งที่เข้ามาแทรกซ้อนในเวลานี้ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบขึ้นมา วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าราชการทุกคนต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วันนี้มี 35 ประเทศเป็นอย่างน้อยที่เอาขยะพลาสติกเข้าประเทศไทย ในที่ประชุมมีการต่อรองกับตน ซึ่งตนได้ชี้แจงประธานสภาอุตสาหกรรมและนักธุรกิจทั้งหมดว่า รัฐบาลมุ่งหวังในเรื่องสุขภาพของคนไทยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ดังนั้นไม่ต้องมาต่อรองกับตน  การนำขยะเข้าประเทศควรจะยุติได้แล้ว ซี่งทุกคนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังมีขยะอีกหลายชนิดที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทย เช่น เศษเหล็ก ตะกั่ว ทองแดง เป็นต้น เพราะยังไม่มีกฎหมายการห้ามนำเข้าส่งออก ภาษีก็แทบจะไม่มี โดยในวันที่ 15 ส.ค.นี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ  ซึ่งจะมีข้อสรุปบัญชีรายชื่อขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อให้กระทรวงพาณิชย์นำไปออกประกาศการห้ามนำเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทยต่อไป

“คนที่ร่ำรวยจากการทำอาชีพนำเข้าขยะก็ขอให้ไปทำอาชีพอื่น ซื้อมา กก.ละ 6 บาท ขายออกไปกก.ละ 19 บาท แต่สิ่งที่ประเทศไทยได้คือซากเหลือที่เป็นพิษ แต่คนในวงจรธุรกิจนี้กำไรมหาศาล ให้หันมาทำอาชีพปลูกป่า ปลูกต้นไม้แทน โดยกระทรวงทรัพยากรฯ กำลังจะแก้กฎหมายพ.ร.บ.ป่าไม้ มารตรา 7 เพื่อให้สามารถปลูกและตัดไม้ขายได้ง่ายๆ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปดูในส่วนของประชาชนที่มีอาชีพคัดแยกขยะอย่างผิดกฎหมายและทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นอันตรายทั้งต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นใน อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ที่กำลังแพร่ไปในพื้นที่อื่นๆ เพราะรายได้ดีถึงเดือนละ 3 หมื่นบาท ซึ่งเรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นปัญหารุกลามต่อไป” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว.