ข่าว'กษิต'ยกโมเดลญี่ปุ่นยกระดับความเป็นประชาธิปไตย - kachon.com

'กษิต'ยกโมเดลญี่ปุ่นยกระดับความเป็นประชาธิปไตย
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง จัดเสวนาเวทีประชาชน เลือกตั้งอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน โดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)   กล่าวว่า ประชาธิปไตยคือสิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องการ เพียงแต่ว่าช่วงหลังประชาธิปไตยกลายเป็นเครื่องมือในการอ้างอิงประชาชนเพื่อเข้าสู่อำนาจ ดังนั้นประชาธิปไตยจึงกลายเป็นเรื่องคำกล่าวอ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจเท่านั้น  ตนมองว่าประเทศไทยตั้งแต่ปลี่ยนการปกครองจนถึงปัจจุบัน ประชาชนใช้ประชาธิปไตยแค่ได้เลือกตั้งเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียงในการพัฒนาประเทศ หรือแก้กฎหมาย อย่างไรก็ตามประเทศในปัจจุบันด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจยังเป็นเรื่องชนชั้นสูง นายทุน ทหาร และคนชั้นล่างยังคงเป็นผู้ที่สูญเสียโอกาส ทั้งนี้การเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562 อย่างน้อยประชาชนก็ยังได้ใช้สิทธิ ใช้เสียงของตนเอง ซึ่งดีกว่าให้ประชาชนอยู่ในระบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ 

“เราจะเห็นการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาประชาชนทุกคนมีสิทธิ แต่ใช้สิทธิไม่ได้   เช่น ต้องกลับไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด หรือเลือกตั้งล่วงหน้า โดยต้องเลือกผู้แทนในพื้นที่ ซึ่งคนงานหรือประชาชนที่ทำงานต่างถิ่นจะไม่ทราบตัวผู้สมัคร แต่ด้วยประเทศไทยมีระบบอุปถัมป์ผู้สมัครในพื้นที่จึงเข้าทางครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัด  มีการซื้อสิทธิขายเสียง และให้ส่งสัญญาณให้เลือกผู้สมัครคนดังกล่าว จึงมองว่าจุดอ่อนการเลือกตั้งในประเทศไทย คือเราไม่มีความเป็นประชาธิปไตยและไม่คิดว่าการเลือกตั้งจะทำให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง  นอกจากนี้โครงสร้างอำนาจบ้านเราไม่เป็นประชาธิปไตย จึงต้องมีการปลูกฝัง  แต่จะสร้างวัฒนธรรมรวมถึงโครงสร้างจากชั้นล่างได้อย่างไร เมื่อสังคมเป็นสังคมปัจเจกบุคคลเรารวมตัวกันไม่ได้” นายสาวิทย์ กล่าว 

ด้านนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ  กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่นนั้น ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐอเมริกา เข้ามาบังคับให้เป็นสังคมประชาธิปไตย จากเดิมที่ปกครอง โดยรัฐบาลทหาร ของนายพล ฮิเดกิ โตโจ  โดยการกำหนด ให้มีรัฐสภา ที่มีการแข่งขันหลายพรรคการเมือง พร้อมกับการกระจายอำนาจ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมาจากการเลือกตั้ง พร้อมมีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯ อย่างชัดเจน ครอบคลุมถึง ระบบสาธารณูปโภค การศึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความเป็นประชาธิปไตยของญี่ปุ่นนั้นเข้มแข็ง ขณะที่ตัวผู้บริหารทุกระดับพร้อมแสดงความรับผิดชอบโดยไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน นอกจากนี้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ นั้น ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนดังกล่าวได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์

ขณะที่ น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวว่า หากจะแก้ปัญหาซื้อเสียง ต้องแก้ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง รวมทั้งกกต.เอง ซึ่งทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายและทำตามกติกาตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมออกแบบระบบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการประกาศนโยบาย ที่ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน เข้าใจความหายของประชาธิปไตยและการเลือกตั้งอย่างแท้จริง ไม่ใช่ เพียงแค่รับเงินแล้วเข้าคูหา หรือขอความร่วมมือในการเลือกคนที่รู้จักเท่านั้น  นอกจากนี้ในส่วนของกกต.นั้น หากตัวกกต.เองไม่ได้เข้าใจกระบวนการประชาธิปไตยที่ถูกต้อง หรือมองว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของประชาธิปไตยนั้น ประชาธิปไตยที่เราต้องการให้เกิดคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการเลือกตัวแทนประชาชนเข้ามาในสภานั้น มีผลโดยตรงความก้าวหน้าหรือถอยหลังของประเทศ.