ข่าวจับตา'ปอดบวม-ไข้หวัด-ไข้เลือดออก'ยอดผู้ป่วยพุ่งหน้าน้ำ - kachon.com

จับตา'ปอดบวม-ไข้หวัด-ไข้เลือดออก'ยอดผู้ป่วยพุ่งหน้าน้ำ
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 16-17 ส.ค.นี้จะมีพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนเข้าประเทศไทยทำให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้น อาจทำให้มีน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำระบายจากเขื่อนในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทรวงได้กำชับสถานพยาบาลให้ดำเนินการตามแผนรับมือน้ำท่วมตามที่ได้กำหนดไว้ ย้ำว่ารพ.ใหญ่ต้องเปิดให้บริการได้ตามปกติเพื่อไม่ให้กระทบกับการดูแลประชาชน อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาได้รับรายงานรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล 2 แห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคือ รพ.สต.บ้านนาวี และรพ.สต.บ้านไคร่นุ่น อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แต่เปิดบริการได้ตามปกติ ขณะนี้ส่วนกลางได้สนับสนุนยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ ต่างๆ พร้อมทั้งมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลประชาชนทั้งร่างกายและจิตใจใน 9 จังหวัด คือกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ นครพนม อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สกลนคร บึงกาฬ ยโสธร มุกดาหาร มีผู้รับบริการสะสม 3,305 ราย เยี่ยมบ้าน 45 ครอบครัว และส่งต่อไปรับการรักษาที่รพ. 27 ราย ไม่มีรายงานพบโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

อย่างไรก็ตามช่วงนี้ยังต้องระวังการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัด ปอดบวม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว ที่เมื่อป่วยแล้วอาจจะมีอาการรุนแรง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยปอดบวม 152,571 คน เสียชีวิต 112 ราย ป่วยไข้หวัดกว่า 80,000 คน เสียชีวิต 11 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก  จึงได้กำชับให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวีง และให้ความรู้กับประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วม ส่วนประชาชนหากมีไข้ควรพักผ่อน สวมหน้ากากอนามัย หากไข้สูง 2 วันไม่ลดให้รียไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง



ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในหน้าฝนนี้ขอให้ระวังไข้เลือดออกด้วย ซึ่งตั้งแต่ต้นปี-7 ส.ค.พบผู้ป่วย 41,094 ราย เสียชีวิต 48 ราย โดยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 3,301 ราย มากสุดในช่วงอายุ 10-34 ปี กว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยทั้งหมด และคาดว่าตั้งแต่มิ.ย.-ก.ย.จะมีผู้ป่วยมากกว่า 10,000 ราย ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ระวังไม่ให้ถูกยุงกัด โดยยึดหลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ทั้งนี้ จะสามารถป้องกันได้ 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.ไข้ปวดข้อยุงลาย  อย่างไรก็ตาม หากมีไข้สูงเฉียบพลัน และเกิน 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว หากช้าอาจทำให้มีโรคแทรกซ้อน รักษายาก และหากสงสัยโรสายด่วน 1422.