ข่าวทหารตรึงกำลัง รถถังเต็มพื้นที่ สดจากสี่เสาเทเวศร์ 12 ปี โค่นล้มทักษิณ - kachon.com

ทหารตรึงกำลัง รถถังเต็มพื้นที่ สดจากสี่เสาเทเวศร์ 12 ปี โค่นล้มทักษิณ
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

"สี่เหลี่ยมนั้นมีสี่ด้าน ไอ้คนหน้าด้าน ไอ้หน้าเหลี่ยม ลิ่วล้อ สิงคโปร์โตก ลิ่วล้อ สิงคโปร์โตก มันจะตกนรก กะลาหัวไม่เจียม"... เสียงเพลงดังกึกก้องบนถนนราชดำเนินตั้งแต่ลานพระรูปทรงม้า ลัดเลาะรั้วแดงกำแพงเหลืองยาวมาบรรจบแยกภูเขาทอง ฝูงชนใส่เสื้อยืดสีเหลือง โพกผ้าคาดศีรษะเขียนคำว่า "กู้ชาติ" ตัวแดงๆ พร้อมอุปกรณ์มือตบเคาะกันสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางการปราศรัยปลุกระดม ภายในม็อบชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ขยายฐานมวลชน "คนไม่เอาชินวัตร" กว้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2548 มี นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เป็นแกนนำคนสำคัญ 

ม็อบกู้ชาติยกระดับการชุมนุม กดดันขับไล่รัฐบาลไทยรักไทย 

การชุมนุมเริ่มบานปลายใหญ่โตในปี พ.ศ.2549 ผู้คนจากหลากหลายอาชีพเข้าร่วมมากเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การชุมนุมยืดเยื้อ ส่อทวีความรุนแรงจนเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน กับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ ต่อมาจึงได้ประกาศให้มีการยุบสภา จัดเลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ...ในห้วงเวลาดังกล่าวข่าวลือสะพัดหนาหูว่า "ทหารจะทำการปฏิวัติ" มีการสับเปลี่ยนกำลัง ขนย้ายรถถังจากค่ายนู้นค่ายนี้กันให้วุ่นวาย โยกย้ายนายทหารระดับคุมกำลังจำนวน 129 นาย แต่เมื่อสอบถามไปยัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ตอบยืนยันกลับมาว่า "ถึงวงรอบก็สับเปลี่ยนกำลัง และการปฏิวัติก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือ" ประกอบกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศยกระดับการชุมนุมครั้งใหญ่ ในวันที่ 20 กันยายน 2549 ด้านฝ่ายสนับสนุนนายทักษิณ ระดมประชาชนชุมนุมในวันเดียวกัน 

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เป็นแกนนำคนสำคัญ
ม็อบกู้ชาติ ไม่เอา "ชินวัตร"
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านทักษิณ
ม็อบกู้ชาติ

ลางร้าย เช้าตรู่ 19 กันยายน สู่ปฏิบัติการรัฐประหาร 

ในแวดวงสื่อมวลชน ข่าวลือยังคงแพร่สะพัด เพียงแต่ไม่มีใครรู้กำหนดการแน่ชัดว่าทหารจะลงมือเมื่อไหร่ 19 กันยายน 2549 มีคำสั่งจากทางรัฐบาล เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม ยกเว้น พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ปฏิบัติภารกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซ้ำยังมีข่าวลือว่า รัฐมนตรีและนักการเมืองหลายคนหลบหนีออกนอกประเทศ ช่วงค่ำวันเดียวกัน ประชาชนกระจายข่าวมีกำลังทหารหน่วยรบพิเศษ มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร

"กระแสข่าวมันสะพัดมานานมาก ประชาชนในกรุงเทพฯ ที่หาเช้ากินค่ำ แทบไม่รู้เรื่องราววงใน ยังคงทำมาหากินปกติ จวบจนเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เราเริ่มเห็นรถถังทหารวิ่งบนถนนหน้าลานพระรูปทรงม้า และเกิดเหตุชนกับรถแท็กซี่ต่อหน้าต่อตา ทำให้โชเฟอร์แท็กซี่คันนั้นลงมาตะโกนโวยวายใส่ทหารด้วยความไม่รู้ว่ามันกำลังจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ส่วนตัวเราเองขับรถผ่านไปเห็นก็ตกใจ รีบโทรแจ้งเข้าสำนักข่าว แจ้งว่า "การรัฐประหารน่าจะเริ่มขึ้นแล้ว" ประจวบเหมาะกับเวลาที่เราออกเวรกำลังจะกลับบ้าน แต่ต้องหันหัวรถขับเข้าไปจอดทิ้งไว้ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพราะได้รับคำสั่งให้ไปเฝ้าจุดหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์" คำบอกเล่าจากสื่อมวลชนสำนักข่าวเนชั่น 

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด" 

เวลาประมาณ 21.00 น. กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ประจำการที่กองบัญชาการกองทัพบก ล่วงเลยมาจน 22.00 น. ขบวนรถถังคุมเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์และถนนราชดำเนิน ทหารจำนวนมากออกมาตรึงกำลังตามถนนต่างๆ ตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึงถนนราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดี สี่แยกราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเต็มยศเป็นผู้ควบคุมกำลัง หน้าตาขึงขัง น้ำเสียงที่ใช้พูดจากับประชาชนหนักแน่นชวนให้ขนลุก 

พลตรี ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5

ต่อมาโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานีทุกช่อง ขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และเปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด" หลังจากนั้น พลตรี ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำสองครั้ง

"เราได้ข่าวจากทางสถานีแล้วล่ะว่าทหารมาที่ตึก พร้อมขอความร่วมมือให้หยุดดำเนินการโทรทัศน์ ..ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นการลงพื้นที่ทำข่าวปฏิวัติครั้งแรกในชีวิต ทั้งตื่นเต้นตกใจ แล้วก็กลัวทหาร (มาก) เราได้ยินน้ำเสียงของเค้าตอนเปล่งประกาศออกมาพูดคุยอธิบายประชาชนบนถนนที่ยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น (สมัยนั้นโซเชียลยังไม่แพร่กระจาย การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์มือถือเข้าถึงเร็วสุด) ในขณะที่ทหารตามจุดต่างๆ บนถนนราชดำเนิน ยาวมาจดสวนอำพร แยกเทเวศร์ เรียกได้ว่ารอบเกาะรัตนโกสินทร์ พี่ทหารเกือบทุกนาย ยืนขึงขังปิดปากเงียบ" คำบอกเล่าจากสื่อมวลชนสำนักข่าวเนชั่น 

"ทักษิณ ชินวัตร" ออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉิน จากสหรัฐอเมริกา

เวลา 22.15 น. วันที่ 19 กันยายน นายทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครผ่านดาวเทียมจากสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี แต่เมื่ออ่านแถลงการณ์ได้ 3 ฉบับ ก็มีกำลังทหารพร้อมอาวุธกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปยังสถานีฯ พร้อมออกคำสั่งให้หยุดการแพร่ภาพโดยทันที จากนั้นนายทักษิณปรับกำหนดการที่จะขึ้นแถลงต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ แต่แล้วก็ยกเลิกการขึ้นแถลง พร้อมขึ้นเครื่องบินเที่ยวพิเศษเดินทางออกจากนครนิวยอร์กไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 

ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 พรรคไทยรักไทย
เกาะรัตนโกสินทร์ คืนวันที่ 19 กันยายน 2549
เกาะรัตนโกสินทร์ คืนวันที่ 19 กันยายน 2549

บรรยากาศหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ฝนโปรยลงเม็ดปรอยๆ ทหารเต็มพื้นที่ 

"จำได้ว่าวันนั้นทำงานลากยาวตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจน 8 โมงเช้าของอีกวัน นักข่าวทุกคนในเนชั่นถูกเรียกกลับมาระดมเต็มทีม ซึ่งเราได้รับมอบหมายให้รายงานข่าวทีวี บริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นที่พักของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี รถถังแน่นล้อมรอบบ้านพัก นักข่าวหลายสำนักทยอยเดินทางมาปักหลักหน้าคอนโดมิเนียมเล็กๆ ย่านดังกล่าว เพื่อทำการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือรายงานความเคลื่อนไหวกลับเข้าสถานี ซึ่งขณะนั้นเราทำข่าวในส่วนของหนังสือพิมพ์คมชัดลึกด้วย ก็ต้องลำดับเหตุการณ์ส่งไปเพื่อปิดกรอบตีพิมพ์"

บรรยากาศถนนหนทางเงียบสงัด การรัฐประหารราบรื่นด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเข้าปะทะโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กลางดึกวันที่ 19 ยาวไปจนเช้าวันที่ 20 กันยายน ทหารยังคงสแตนด์บายอย่างต่อเนื่องเข้มแข็ง แต่สีหน้าท่าทางเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น นั่นก็หมายความว่า บรรดาผู้นำเหล่าทัพได้เข้ายึดอำนาจเป็นการสำเร็จอย่างไม่มีการเสียเลือดแต่อย่างใด

พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  

ภายหลังเกิดการรัฐประหาร พลเอกสนธิ ให้สัมภาษณ์สื่อไทยและต่างประเทศ ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 2 สัปดาห์ และใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในราวต้นเดือนตุลาคม พ.ศ.2550 และกำลังอยู่ระหว่างการสรรหาผู้ที่เหมาะสมจะมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งจะมาจากคนกลางที่รักประชาธิปไตย และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.
ทหารตรึงกำลังคืนวันที่ 19 กันยายน 2549

สำหรับการดำเนินการกับอดีตนายกรัฐมนตรีจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามที่ก่อนหน้านี้มีผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีไว้ แต่ไม่มีแนวคิดที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเหมือนที่เกิดขึ้นในยุค รสช. และยังไม่มีแนวคิดยึดหุ้นชินคอร์ปคืนจากกลุ่มเทมาเส็ก และจะประกาศยกเลิกคณะปฏิรูปการปกครองฯ ทันทีเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ 

เตรียมรัฐประหารวันที่ 20 กันยายน ชิงลงมือก่อน ชุมนุมใหญ่ ทักษิณ อยู่นิวยอร์ก 

พลเอกสนธิ ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมทีวางแผนดำเนินการรัฐประหารในวันที่ 20 กันยายน เพื่อให้ตรงกับการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่กำหนดแล้ว แต่การรัฐประหารต้องถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นวันที่ 19 กันยายน ขณะที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ระหว่างการเข้าประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้มีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ได้ทำการแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการรัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในเดือนต่อมา หลังจากมีกำหนดจัดในเดือนเมษายน แต่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะไป 

ทหารกลายเป็นฮีโร่ ขี่ม้าขาวทำบ้านเมืองสงบสุข 

"ดอกไม้เบ่งบานทั่วกรุงเทพมหานคร ตามถนนสองข้างทางมีรถทหารจอดนิ่ง ประชาชนนำดอกกุหลาบสีต่างๆ ไปปัก มอบเพื่อขอบคุณพร้อมให้กำลังใจทหาร รถถัง รถทหารจากทัพต่างๆ ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด บริเวณกองบัญชาการกองทัพบกหนาแน่นไปด้วยประชาชนขอถ่ายรูปคู่ทหาร ยกย่อง "พล.อ.สนธิ เป็น วีรบุรุษชาวไทย" และ "ขนานนามว่าเป็น กองทัพเพื่อประชาชน

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 24
ประชาชนแห่ให้กำลังใจทหารเช้าวันที่ 20 กันยายน 2549

สอดคล้องกับที่ หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวชื่นชม ถือเป็นการยึดอำนาจที่เรียบร้อยที่สุด ไม่มีเสียเลือดเสียเนื้อ รู้สึกสบายใจว่ามันคงไม่กระทบความเชื่อมั่น เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ประชาชนยอมรับ ขณะที่ต่างชาติก็รู้สึก ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุน

ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ ออกมาประท้วงตอบโต้ ไม่เอาเผด็จการ  

20 กันยายน ร้อยตรี ฉลาด วรฉัตร-ทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประท้วงรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อดข้าวประท้วงผู้ล้มล้างประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองถอยหลังและแตกแยก จนถูกเจ้าหน้าที่ทหารล็อกตัว ด้านศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษาประณามรัฐบาลเผด็จการทหาร "ฉีก" รัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมร่างมากที่สุด ปิดหูปิดตาประชาชนด้วยการควบคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ เรียกร้องประชาชนร่วมกันใส่ชุดดำหรือปลอกแขนดำเพื่อไว้อาลัยประชาธิปไตย ขณะที่กลุ่มนักศึกษาล้อการเมืองธรรมศาสตร์ขึ้นป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คัดค้านรัฐประหาร

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเครือข่ายต่อต้ายเผด็จการ ในนามนักศึกษาจากสถาบันชื่อดังต่างๆ รวมไปถึงกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันขึ้นมาเพื่อเรียกร้องต่อต้านการรัฐประหาร สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองเป็นระยะๆ ก่อนจะผลัดเปลี่ยนเข้าสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง 

พลังประชาชนชนะ การเลือกตั้ง
นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 25 ส่วน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทย

23 ธันวาคม 2550 "ทักษิณ ผงาด" ชนะการเลือกตั้ง-ถูกรัฐประหารอีกครั้งปี 2557 

ภายหลังรัฐบาลทหารยึดอำนาจได้เพียง 1 ปีกว่า ก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้งขึ้นอีกครั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้ง โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 25 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ....ขั้วอำนาจเก่าถูกเลือกให้กลับมาบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง และก็เกิดประท้วงรุนแรงจากกลุ่มต่อต้าน มีช่องโหว่และอุปสรรค ตลอดเส้นทางการบริหารบ้านเมือง

ยาวไปจนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในสมัยนั้นมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นับเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 28

***ในห้วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ประเทศชาติบอบช้ำ สะบักสะบอม เกิดการแตกแยกแบ่งฝักฝ่าย รบราฆ่าฟันสู่การเสียเลือดเสียเนื้อหลายร้อยศพ ไม่รวมบาดเจ็บพิการ และติดคุกในข้อหาต่างๆ......ก็จริงอยู่ที่ว่า "การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน" แต่เท่าที่ผ่านมา เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ตกผลึกความคิดได้ว่า "ประชาชน ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองต่างหาก" - - - - หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะเกิดการเลือกตั้งขึ้นอีกครั้ง ...ได้เวลาผลัดเปลี่ยน คืนอำนาจสู่ประชาชน "ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า" ประวัติศาสตร์ชาติไทย จะไม่ซ้ำรอยเหมือนกลับเข้าไปในวงจรเดิมเหมือนที่ผ่านๆ มา.