ข่าวแนะเด็ก70คนถูกทหารติดHIVตุ๋ย ไปตรวจเลือด - kachon.com

แนะเด็ก70คนถูกทหารติดHIVตุ๋ย ไปตรวจเลือด
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์  หัวหน้าทีมป้องกันการติดเชื้อ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีอดีตนายทหารรายหนึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงเด็กชายไปมีเพศสัมพันธ์โดยติดต่อกันผ่านแอพพลิเคชั่นและสื่อโซเชียลมีเดีย ว่า พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของอดีตทหารติดเชื้อเอชไอวีกับเด็ก 70 คน ควรได้รับการตรวจเชื้อเอชไอวี อย่างละเอียดเพราะยังไม่มีความแน่ชัดว่าทหารคนนี้ได้รับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีหรือไม่ และปริมาณเชื้อเอชไอวีในเลือดลดลงแล้วหรือยัง เพราะหากทหารคนนี้รับประทานยาต้านฯ ต่อเนื่อง โอกาสที่เด็กทั้ง 70 คน จะติดเชื้อเอชไอวีก็เป็นศูนย์ แต่มีความเสี่ยงที่จะได้รับโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์อื่นแทนเช่นหนองใน ซิฟิลิส ส่วนการกินยาเป็ป ที่ใช้สำหรับกรณีมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อหรือกรณีถูกข่มขืน หรือกรณีสวมถุงยางอนามัยแล้วแตกนั้นต้องกินใน 72 ชั่วโมง ดังนั้นสำหรับน้องๆ ทั้ง 70 คน ถือว่าไม่มีผลเนื่องจากมีเพศสัมพันธ์เกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว

พญ.นิตยา กล่าวต่อว่า  อย่างไรก็ตาม การติดต่อกันผ่านเว็บไซต์ ซึ่งคนในเว็บนี้รู้ดีว่าเป็นเว็บฯ เฉพาะสำหรับหาคู่ฉะนั้นเด็กเหล่านี้เองก็มีความเสี่ยงที่จะมีโรคเดิมอยู่เช่นกัน และโอกาสการได้รับเชื้อเอชไอวีจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมทางกายขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยผู้ถูกกระทำ มีโอกาสติดเชื้อฯ ได้มาก ส่วนกระทำโอกาสการติดเชื้อฯ มีน้อยกว่า

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เชื้อเอชไอวีไม่ได้ติดต่อกันง่าย สามารถติดต่อได้แค่ 3 ช่องทางหลักเท่านั้น คือ 1.การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นช่องทางที่มีการติดเชื้อมากที่สุด และหากร่วมเพศทางทวารหนักอาจเกิดการถลอก ฉีกขาด เป็นแผลได้ง่าย  มีโอกาสติดเชื้อมากกว่าช่องทางอื่น  2.การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้มีเชื้อฯ และ 3.การถ่ายทอดเชื้อฯ จากแม่สู่ลูก ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการถ่ายทอดเชื้อน้อยกว่าร้อยละ 0.5  นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ ทั้งช่องทางเข้าออกของเชื้อ ปริมาณของเชื้อ และคุณภาพของเชื้อ

คนทีมีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อฯ ได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่รพ.ของรัฐทุกแห่งถ้าเจอเชื้อก็รับยาต้านฟรีทันที  ส่วนเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีก็มาตรวจได้โดยไม่ต้องขอคำยินยอมผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้ผู้ปกครองควรดูแล สอดส่อง และสังเกตบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารกับบุคลที่ไม่รู้จักผ่านโซเชียลฯ เพราะในช่วงวัยรุ่นอาจเกิดความคึกคะนอง อยากรู้ อยากลอง อาจถูกล่อลวงและนำไปสู่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยได้ง่าย และเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร.1663 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.