ข่าว'บิ๊กอู๋'ชงครม.ให้เมียนมาตั้งศูนย์เก็บข้อมูลแรงงานตลาดทะเลไทย - kachon.com

'บิ๊กอู๋'ชงครม.ให้เมียนมาตั้งศูนย์เก็บข้อมูลแรงงานตลาดทะเลไทย
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ครั้งที่ 2/2561 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม  ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ทางการเมียนมาจัดตั้งศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราวที่ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อจัดเก็บข้อมูลเแรงงานเมียนมา 2 กลุ่ม คือ 1. แรงงานเมียนมาที่ต้องการเปลี่ยนเอกสารประจำตัวเป็นหนังสือเดินทาง เฉพาะกลุ่มที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติหรือจัดทำทะเบียนประวัติในประเทศไทยเท่านั้น และ 2.แรงงานเมียนมาตามเอ็มโอยู ที่ต้องการจัดทำเป็นหนังสือเดินทางฉบับใหม่ โดยจะเปิดให้บริการแค่ 1 ปี จันทร์ - วันเสาร์ เว้นวันอาทิตย์ และวันหยุดราชการไทยกำหนด ตั้งแต่เวลา 10.00 -16.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียทมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้น



พล.ต.อ.อดุลย์ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานกรรมกรในประเทศไทยต้องเป็นคนต่างด้าวที่มีสัญชาติของประเทศคู่ภาคีที่รัฐบาลไทยได้ทำเอ็มโอยู แต่หากแรงงานต่างด้าวของประเทศคู่ภาคีไม่เพียงพอก็เห็นให้พิจารณาจัดทำเอ็มโอยูกับประเทศที่เหมาะสมเพิ่มเติม ซึ่งทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว จะนำเข้าเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป



ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แถลงสรุปผลการเดินสายคาราวะแผ่นดินตอนหนึ่งระบุว่าพี่น้องชาวประมงทั้งในพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออกต่างก็ได้รับผลกระทบจากการออกกฎระเบียบการทำประมง ทำให้ชาวประมงจำนวนมากไม่สามารถประกอบกิจการได้ต่อไป ส่งผลต่อทั้งแก่ครอบครัว ผู้ใช้แรงงาน เจ้าของกิจการที่เกียวเนื่องกับกิจการประมง และเงินหมุนเวียนในพื้นที่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า น่าจะเป็นหมายถึงการรับรองอนุสัญญาว่าด้วยการทำประมงซี 188 (C188) วัตถุประสงค์หลักๆ คือการคุ้มครองแรงงานในเรือ ซึ่งลักษณะงานเสี่ยงอันตราย ไกลชายฝั่งเป็นเวลานาน ซึ่งมีข้อบังคับอยู่ 14 ข้อ เดิมเรามีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว 10 ข้อ ที่เพิ่มใหม่มีแค่ 4 ข้อ เรื่องประกันสังคม เรื่องที่อยู่อาศัย ที่ผ่านมาก็พยายามทำความเข้าใจกันอยู่กับทั้งผู้ประกอบการ และแรงงานประมงเอง

“เรื่องจำนวนเรือที่บังคับใช้ เรามีทั้งหมดประมาณ 3.7 หมื่นลำ และเรือประมงพื้นบ้านอยู่ที่ประมา 2.1 หมื่นลำ เรือประมงพาณิชย์ประมาณ 1 หมื่นกว่าลำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมาย ถือว่ามีผลต่อประมงน้อยมาก แต่ที่กล่าวมานั้นผม ก็จะรับมาเพื่อทำความเข้าใจต่อไป เพราะเรื่องนี้อยู่ที่การทำความเข้าใจ ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ลงไปทำความเข้าใจแล้ว 5-6 ครั้ง แต่ก็จะรับมา อาจจะเป็นความเข้าใจคาดเคลื่อน” รมว.แรงงาน กล่าว.