ข่าวเร่งพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานพร้อมจ้างงานภาคเกษตรกรรม - kachon.com

เร่งพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานพร้อมจ้างงานภาคเกษตรกรรม
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืนของกรมชลประทานว่า ขณะนี้ ได้ทำการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วร้อยละ 42 หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท โดยนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน การส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ และการจ้างแรงงานชลประทาน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ โดยการวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับการนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทานนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทานเพื่อบรรเทาเหตุอุทกภัยและภัยแล้ง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดพื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้นจำนวน 2.1 ล้านไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 361,704 ครัวเรือน และปริมาตรน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์แล้วจำนวนกว่า 1.01 ล้านไร่ มีครัวเรือนรับประโยชน์จำนวน 224,519 ครัวเรือน ได้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 60 ไร่

ในส่วนการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยการนำน้ำยางพาราข้นมาเป็นส่วนผสมเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ซึ่งผลการวิจัยเราพบว่า การใช้น้ำยางพารามีความเหมาะสมทั้งในแง่คุณสมบัติด้านวิศวกรรม ทำให้ถนนลูกรังที่ผสมน้ำยางมีความแข็งแรงมากขึ้น สภาพผิวถนนเป็นที่พึงพอใจของเกษตรกรที่ใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือใช้สัญจรทั่วไป ภายในปีนี้เฉพาะงบไทยนิยม ยั่งยืน กรมชลประทานมีแผนซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ที่เป็นถนนลูกรังรวมระยะทางทั้งสิ้น 999.65 กิโลเมตร ต้องการใช้น้ำยางพาราประมาณ 3,509.5 ตัน ขณะนี้สนับสนุนน้ำยางพาราจากเกษตรกรไปแล้วจำนวน 848.59 ตัน ได้ระยะทาง 419 กม.



สำหรับการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต ได้ดำเนินการทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร พบว่า ผลการดำเนินงานการสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จาก 7,520 คน เป็น 8,918 คน เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 149 ล้านบาท จาก 188 ล้านบาท คาดว่าเมื่อสิ้นโครงการฯ จะช่วยจ้างแรงงานมาซ่อมแซมระบบชลประทาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยได้อีกหลายร้อยคน

“เป้าหมายของการทำงานครั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ พัฒนาประสิทธิภาพแหล่งน้ำของชลประทาน นำสู่การพัฒนา แก้ไขปัญหาในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศครั้งนี้ยังได้เสริมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เสริมสร้างความมั่นคงของชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป”อธิบดีกรมชลประทานกล่าว.