ข่าว'มาร์ค'ขอ'บิ๊กแดง'วางตัวเป็นกลางทางการเมือง - kachon.com

'มาร์ค'ขอ'บิ๊กแดง'วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่การตอบโต้กันระหว่างพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กับพรรคการเมืองเกี่ยวกับนโยบายการปรับลดงบประมาณกองทัพ ว่า  ที่จริงแล้วไม่ควรจะมีความวุ่นวายหรือความขัดแย้งอะไร เพราะพรรคการเมืองก็มีสิทธิที่จะนำเสนอนโยบายต่างๆ ตนอยากให้ทุกฝ่ายมองอย่างนั้น และมีอะไรที่เป็นความเห็นที่ไม่ตรงกันก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อหาสาระจะดีที่สุด  ทั้งนี้อยากให้ช่วยกันเพราะทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ถ้าไปในแนวทางนั้นตนคิดว่าประเทศก็เดินหน้าไปได้ 

เมื่อถามว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกแตกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่คิดอย่างนั้นเพราะคิดว่าการนำเสนอนโยบายต่างๆซึ่งรวมไปถึงเรื่องของกองทัพก็สามารถทำได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ เช่นเรื่องการมีพลทหารสมัครใจ เรื่องการปรับลดงบประมาณและการปรับแนวทางการทำงานบางอย่างก็เป็นเรื่องปกติ แต่เราพยายามไม่นำเสนอในลักษณะที่นำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ส่วนพล.อ.อภิรัชต์นั้น ตนอยากให้ท่านชัดเจนว่าควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่ถ้าหากมีประเด็นอะไรที่ท่านมองว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรของท่านที่เป็นข้อเท็จจริง ก็อยากจะให้ชี้แจงมากกว่า ทุกฝ่ายจะได้ทำหน้าที่ของตัวเอง

เมื่อถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ ควรควบคุมอารมณ์มากกว่านี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นการให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด แต่มองว่า ไม่ได้เป็นการใช้อารมณ์ เพราะไม่ทราบว่าคำถามกับคำตอบสัมพันธ์กันอย่างไร เมื่อถามย้ำว่ามีการเปิดเพลงปลุกใจในค่ายทหาร นายอภิสิทธิ์กล่าวเพียงว่า “เพลงเยอะครับ”

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยเสนอตัดลดงบประมาณกองทัพเหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สามารถลดงบประมาณของกองทัพได้ แต่ในแง่ของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆก็ต้องดูตามความจำเป็น และขณะนี้มีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ผูกพันอยู่ แต่ก็ต้องดูว่าในส่วนนี้สามารถปรับลดได้หรือไม่ และในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ที่มีการปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมลงได้ น่าจะเป็นงบประมาณในปี 2553 ซึ่งเราดูตามความจำเป็น เพราะวันนี้ทุกหน่วยงานไม่ใช่เฉพาะกองทัพ ก็ต้องมาดูกันในเรื่องของความประหยัด ตนเห็นว่าตอนหลังนายกรัฐมนตรีสามารถอนุมัติไปใช้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของความจำเป็น งบฉุกเฉินเร่งด่วน ตรงนี้ก็ลดได้มากขึ้น ตนคิดว่าทุกฝ่ายถ้าช่วยกัน ก็จะมีเงินไปทำเรื่องสวัสดิการ การช่วยเหลือประชาชน และเรื่องเศรษฐกิจ 

“ทุกคนมีสิทธิที่จะเสนอความคิดและนโยบาย นั่นคือเหตุผลที่เรามีการเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่มีความคิดหลากหลายสามารถที่จะเสนอนโยบายและเสนอทางออก และเมื่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สมัครในบัญชีนายกฯคนหนึ่ง ท่านก็ควรที่จะมาร่วมวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้  ประชาชนจะได้เห็นว่าความคิดแตกต่างกันอย่างไร หากท่านเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดี ท่านก็ควรมาร่วมวงว่าอะไรมันดีกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ทุกฝ่ายก็จะเดินไปได้ หากต่างคนต่างพูดก็จะทำให้ประชาชนมีความรู้สึกหวั่นไหว”นายอภิสิทธิ์ กล่าว.