'มาร์ค'ตะลุยทั่ว'ตาก'ย้ำไม่จับมือ'เพื่อไทย'
การเมือง
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ศาลาริมน้ำ ต.บ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครส.ส.ของพรรคในจ.ตาก ได้แก่ นพ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ผู้สมัครส.ส.ตาก เขต 1 เบอร์ 2, เขต 2 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ผู้สมัครส.ส.ตาก เขต 2 เบอร์ 4, นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้สมัครส.ส.ตาก เขต 3 เบอร์ 8 โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับประชาชนว่า พรรคประชาธิปัตย์กับ จ.ตากมีความผูกพันกันมาหลายรุ่น หลายสมัย มีส.ส.ประชาธิปัตย์ ยกทีมมาตลอด ขณะที่การเข้ามาทำงานการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อได้นักการเมืองสุจริต การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็จะยั่งยืน
จากนั้น นายอภิสิทธิ์และคณะ เดินทางไปปราศรัยอีกหลายจุดในช่วงบ่ายของวันนี้ (12 มี.ค.) ทั้งที่หอประชุมโรงเรียนแม่ระมาดวิทยาคม อ.แม่ระมาด โรงเรียนแม่กุวิทยาคม อ.แม่สอด ก่อนจะขึ้นรถแห่ขอคะแนนเสียงรอบเขตเทศบาลแม่สอด

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมประชาชาติไทย ปราศรัยว่าการที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกนั้น เพราะต้องการจะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ว่า ตนไม่ตอบโต้ใครทั้งนั้น และได้แถลงข่าวครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และการประกาศจุดยืนดังกล่าวเพื่อต้องการนำประเทศออกจากความขัดแย้ง ดังนั้น การประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์จึงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปจับมือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยได้ยืนยันในการพูดทุกเวทีว่าจะไม่จับมือร่วมกันอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ชัดเจนแล้ว และไม่ควรมีอะไรที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดอีก แต่ถ้าใครที่ทราบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังไปพูดเป็นอย่างอื่น ถือเป็นการบิดเบือน เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปพูดบิดเบือนให้เข้าใจผิดต่อพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเดินหน้าแสดงความชัดเจนอยู่แล้ว โดยขณะนี้ ทุกคนในพรรคเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชนถึงจุดยืนและความตั้งใจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ตนขอร้องว่าอย่าใส่ร้ายหรือบิดเบือนกัน เพราะจะทำให้การเมืองไม่ก้าวหน้า ดังนั้น ถ้ามีความเห็นต่างกัน ควรนำเหตุผลมาหักล้างกัน

ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชารัฐระบุว่าการประกาศจุดยืนดังกล่าวเป็นแค่วาทกรรม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรารักษาคำพูด คำขวัญของเราชัดเจนว่า “สจจ เว อมตา วาจา (สัจจัง เว อมตา วาจา)” และสิ่งที่เราพยายามนำเสนอ คือหนทาง นโยบาย และจุดยืนของเรา เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของประเทศ เราต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลนำพาประเทศ โดยไม่ได้ปิดกั้นพรรคอื่นๆที่นอกเหนือจากเครือข่ายของนายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย ซึ่งใครที่อยากมาสนับสนุนเรา เราก็สามารถทำงานกับเขาได้ แต่มีเงื่อนไขที่ว่าต้องเดินหน้าตามนโยบายและทิศทางของเรา

ขณะเดียวกันในการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล ผู้สมัครส.ส.เขต 5 อุดรธานี เบอร์ 33 พรรคภูมิพลังเกษตรกรไทย กล่าวถึงการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายว่า ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเลือกตั้ง ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และตอบรับนโยบายพรรคเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นนโยบายที่โดนใจพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะที่จะมาช่วยลดหนี้ให้หมดหนี้ภายใน 4 ปี โดยใช้แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์ของพระราชาเป็นแนวทาง รวมทั้งนโยบาย 1 ตำบล 1 ศูนย์บริการเกษตรกรที่จะสนับสนุนเครื่องมือ และปัจจัยการผลิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งนโยบายด้านสินเชื่อในการจัดตั้งกองทุนและเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มเกษตรกรโดยไม่มีดอกเบี้ยเพื่อใช้เป็นทุนในการผลิต ต้องบอกว่าพอชาวบ้านฟังนโยบายแล้วอยากให้ถึงวันที่ 24 มี.ค.เร็วๆจะได้กาคะแนนให้
เมื่อถามว่าพรรคจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯเพราะถกเถียงกันมากในช่วงนี้ นายพิศณุพงศ์กล่าวว่า เราสนับสนุนคนดี มีคุณธรรม ทำเพื่อส่วนรวม จะเผด็จการหรือประชาธิปไตยไม่สำคัญ ถ้ามาจากประชาธิปไตยเป็นคนไม่ดีก็ไม่เหมาะ หากมาจากเผด็จการแล้วเป็นคนดี ทำเพื่อส่วนรวมก็ทำให้ประเทศชาติเจริญได้ ระบบจึงไม่สำคัญเท่าคน สิ่งที่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นอย่างไร สามารถดูได้จากประวัติ.
จากนั้น นายอภิสิทธิ์และคณะ เดินทางไปปราศรัยอีกหลายจุดในช่วงบ่ายของวันนี้ (12 มี.ค.) ทั้งที่หอประชุมโรงเรียนแม่ระมาดวิทยาคม อ.แม่ระมาด โรงเรียนแม่กุวิทยาคม อ.แม่สอด ก่อนจะขึ้นรถแห่ขอคะแนนเสียงรอบเขตเทศบาลแม่สอด

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมประชาชาติไทย ปราศรัยว่าการที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกนั้น เพราะต้องการจะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ว่า ตนไม่ตอบโต้ใครทั้งนั้น และได้แถลงข่าวครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และการประกาศจุดยืนดังกล่าวเพื่อต้องการนำประเทศออกจากความขัดแย้ง ดังนั้น การประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์จึงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปจับมือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยได้ยืนยันในการพูดทุกเวทีว่าจะไม่จับมือร่วมกันอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ชัดเจนแล้ว และไม่ควรมีอะไรที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดอีก แต่ถ้าใครที่ทราบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังไปพูดเป็นอย่างอื่น ถือเป็นการบิดเบือน เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปพูดบิดเบือนให้เข้าใจผิดต่อพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเดินหน้าแสดงความชัดเจนอยู่แล้ว โดยขณะนี้ ทุกคนในพรรคเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชนถึงจุดยืนและความตั้งใจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ตนขอร้องว่าอย่าใส่ร้ายหรือบิดเบือนกัน เพราะจะทำให้การเมืองไม่ก้าวหน้า ดังนั้น ถ้ามีความเห็นต่างกัน ควรนำเหตุผลมาหักล้างกัน

ต่อข้อถามว่าพรรคพลังประชารัฐระบุว่าการประกาศจุดยืนดังกล่าวเป็นแค่วาทกรรม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรารักษาคำพูด คำขวัญของเราชัดเจนว่า “สจจ เว อมตา วาจา (สัจจัง เว อมตา วาจา)” และสิ่งที่เราพยายามนำเสนอ คือหนทาง นโยบาย และจุดยืนของเรา เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของประเทศ เราต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลนำพาประเทศ โดยไม่ได้ปิดกั้นพรรคอื่นๆที่นอกเหนือจากเครือข่ายของนายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย ซึ่งใครที่อยากมาสนับสนุนเรา เราก็สามารถทำงานกับเขาได้ แต่มีเงื่อนไขที่ว่าต้องเดินหน้าตามนโยบายและทิศทางของเรา

ขณะเดียวกันในการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล ผู้สมัครส.ส.เขต 5 อุดรธานี เบอร์ 33 พรรคภูมิพลังเกษตรกรไทย กล่าวถึงการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายว่า ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเลือกตั้ง ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และตอบรับนโยบายพรรคเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นนโยบายที่โดนใจพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะที่จะมาช่วยลดหนี้ให้หมดหนี้ภายใน 4 ปี โดยใช้แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์ของพระราชาเป็นแนวทาง รวมทั้งนโยบาย 1 ตำบล 1 ศูนย์บริการเกษตรกรที่จะสนับสนุนเครื่องมือ และปัจจัยการผลิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งนโยบายด้านสินเชื่อในการจัดตั้งกองทุนและเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มเกษตรกรโดยไม่มีดอกเบี้ยเพื่อใช้เป็นทุนในการผลิต ต้องบอกว่าพอชาวบ้านฟังนโยบายแล้วอยากให้ถึงวันที่ 24 มี.ค.เร็วๆจะได้กาคะแนนให้
เมื่อถามว่าพรรคจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯเพราะถกเถียงกันมากในช่วงนี้ นายพิศณุพงศ์กล่าวว่า เราสนับสนุนคนดี มีคุณธรรม ทำเพื่อส่วนรวม จะเผด็จการหรือประชาธิปไตยไม่สำคัญ ถ้ามาจากประชาธิปไตยเป็นคนไม่ดีก็ไม่เหมาะ หากมาจากเผด็จการแล้วเป็นคนดี ทำเพื่อส่วนรวมก็ทำให้ประเทศชาติเจริญได้ ระบบจึงไม่สำคัญเท่าคน สิ่งที่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นอย่างไร สามารถดูได้จากประวัติ.

Webmaster
2019-03-12 12:46:00
15
