ค้านรัฐบาลแห่งชาติผิดหลักปชต.-แนะ3ทางออกแก้วิกฤตชาติ
การเมือง
เมื่อวันที่ 16 เม.ย.นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวแสดงความคิดเห็นถึงกระแสเรื่ องรัฐบาลแห่งชาติ ที่มีหลายฝ่ายเสนอ ว่า ปัจจุบันสถานการณ์การเมืองไทยดู แล้วมองไม่เห็นทาง ว่าจะเดินต่อไปได้อย่างไร มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดเดทล็อคทางการเมือง จากปัญหาของกติกาการเลือกตั้งครั้ งนี้ อันเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่วางกลไก กับดักเอาไว้ รวมถึง หลายๆอย่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้เจือจางความเป็นประชาธิปไตย ของประเทศไทยลงไปอีก ทำให้ในช่วงนี้ หลายฝ่ายออกมาเสนอทางออก โดยหนึ่งในข้อเสนอนั้นคือ รัฐบาลแห่งชาติ
นยรยุศด์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัว ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เนื่องจากผิดหลักการประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ต้องมาจากประชาชน และจากการเลือกตั้งเท่านั้น การที่มีผู้เสนอนายกรัฐมนตรีคนน อกนั้น ตนไม่แน่ใจว่าท่านเหล่านั้นใช้ห ลักคิดหรือตรรกะอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจา กการเลือกตั้งนั้น คงจะไม่เป็นที่ยอมรับจากประชาชน ทั้งในและต่างประเทศ แล้วเช่นนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาและ บริหารประเทศได้อย่างไร และที่สำคัญประเด็นที่ตนมีความกั งวลคือ กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นั้น ใครจะเป็นเจ้าภาพ ใครจะเป็นผู้ริเริ่ม และการได้มาซึ่ง นายกรัฐมนตรี และครม.นั้นจะมีหลักเกณฑ์ในการสรรหาอย่างไร เพราะเราก็ไม่ได้มีตัวบทกฎหมายร องรับในเรื่องนี้เอาไว้ ส่วนรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่มีบา งฝ่ายเสนอมาก็เป็นเพียงความเห็ นส่วนตัวไม่ได้มาจากยินยอมพร้อมใจของประ ชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นตนจึงมองว่าแม้การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติจะส ามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองในระ ยะสั้นได้ แต่กระบวนการได้มาซึ่งรัฐบาลแห่ งชาตินั้น ยังเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญของฝ่ายที่เสนอแนวคิดนี้ต้องออกมาอธิบายให้ สังคมเข้าใจว่ามีที่มาที่ไปอย่ างไร เพราะไม่เพียงขัดหลักการประชาธิ ปไตย ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐาน และประเพณีการปกครองที่ทำให้ควา มเป็นประชาธิปไตยของประเทศเจื อจางถดถอยไปอีก
นายรยุศด์ ยังกล่าวอีกว่า ตนยังคิดว่าการเมืองไทยตอนนี้ยั งไปไม่ถึงทางตัน หากทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง ยอมเสียสละ และถอยกันคนละก้าวเพื่อบ้านเมือ ง ซึ่งตนขอเสนอให้พรรคการเมืองที่ สามารถรวบรวมเสียง ส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งควรจะเป็นพรรคอันดับ 1 ก่อนหากไม่สำเร็จก็เป็นพรรคอันดั บ 2 และไม่ว่าพรรคใดรวบรวมเสียงได้ ตนเชื่อว่า ส.ว. ทั้ง 250 คน จะไม่ใช่ปัญหาในการโหวตเลือกนาย กฯ ไม่เช่นนั้นก็จะต้องถูกกดดันอย่ างหนักจากสังคม และอนาคตทางการเมืองของ ส.ว.เหล่านั้นก็คงจบไม่สวย
“รัฐบาลใหม่ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแ กนนำก็ตามต้องประกาศภารกิจสำคัญ3อย่างคือ1.ประกาศระยะเวลาการทำงานของรัฐบา ลให้ชัดเจนซึ่งไม่ควรจะเกิน1ปี และต้องกำหนดวันเลือกตั้งครั้งต่ อไป 2.ต้องแก้ไขกติกาและกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและยอม รับกับทุกฝ่าย และ3.รัฐบาลต้องไม่อนุมัติงบประมาณที่มีผลผูกพันระยะยาว หรือโครงการใหญ่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใ หญ่ทั้งประเทศ พร้อมทั้งไม่แต่งตั้งโยกย้ายข้า ราชการทุกระดับเพื่อสร้างความได้ เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ซึ่งข้อเสนอทั้ง3ข้อ ดังกล่าวอาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่หากทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมืองมองเห็นแล้วว่า อนาคตทางการเมืองจากนี้ไปจะต้อง เจอกับวิกฤตแล้วทำไมเราต้องเดินต่อไปเมื่อรู้ ว่าจะต้องเจอปัญหาและวันนี้ประเทศชาติก็บอบช้ำมาน านมากแล้วเช่นกัน”รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าว.
นยรยุศด์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัว ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เนื่องจากผิดหลักการประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ต้องมาจากประชาชน และจากการเลือกตั้งเท่านั้น การที่มีผู้เสนอนายกรัฐมนตรีคนน
นายรยุศด์ ยังกล่าวอีกว่า ตนยังคิดว่าการเมืองไทยตอนนี้ยั
“รัฐบาลใหม่ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแ

Webmaster
2019-04-16 11:56:00
5
