"ปิยบุตร"จี้กกต.รับรองส.ส.ตามกรอบ 60 วัน
การเมือง
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งสรุปใบเหลืองใบแดง หากล่าช้าอาจส่งผลให้รับรองผลเลือกตั้งไม่ทันวันที่ 9 พ.ค. และอาจเกิดทางตัน ว่า จะช้าได้อย่างไร มันมีขั้นตอนของมัน ตอนนี้คะแนนทั้งหมดนับเสร็จแล้ว ว่าที่ส.ส.มีหมดแล้ว กรอบ 60 วันให้รับรอง ระหว่างนี้ก็มีการร้องเรียนขึ้นมา ถ้ากกต.แจกใบเหลือง-ใบแดงแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ทำกันช่วงนี้ ถ้ามีสภาแล้วยังมีปัญหาก็ตามสอยออก สมัยก่อนก็เป็นแบบนี้ สามารถเปิดประชุมสภาได้ ภาพรวมมีความพยายามคิดให้ไปถึงทางตันตลอด ก่อนการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ก็พูดตลอดว่าถึงทางตัน เพื่อหวังใช้อำนาจพิเศษจะรัฐประหาร งวดนี้ก็อีก ไปต่อไม่ได้ เดี๋ยวจะถึงทางตัน กติกาคุณก็เขียน แล้วจะดึงไปถึงทางตันทำไม ไม่มีหรอกทางตัน ต่อให้ถึงทางตันที่สุด คือเปิดสภาไป แล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้ ทางออกก็คือยุบสภา หลักสากลก็เป็นแบบนี้ ต้องกลับมาตั้งหลักให้ได้
"คนกลุ่มหนึ่งยังมีวิธีคิดที่ว่า เมื่อตัวเองเสียอำนาจแล้วจะต้องบอกว่า บ้านเมืองถึงทางตัน เพื่อตัวเองได้ครองอำนาจต่อ ถ้าเป็นแบบนี้ก็มีทางตันทุกวัน คนกลุ่มนี้เสียอำนาจเมื่อไรก็บอกถึงทางตัน ถ้ามีอำนาจก็บอกไม่มีทางตัน เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอใครมาเรียกร้องก็บอกบ้านเมืองยังไปได้ต้องครองอำนาจต่อ พอจะคลายอำนาจแล้วตัวเองเสียอำนาจก็บอกถึงทางตันอีก"นายปิยบุตร กล่าว
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังกล่าวถึงกรณีที่กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า รัฐธรรมนที่ถูกออกแบบให้ทุกองค์กรมีอำนาจใช้และตีความรัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น การใช้และตีความไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ การใช้และตีความมาตรานี้อยู่ในอำนาจของกกต. ดังนั้น กกต.ต้องบอกเอง ตัดสินใจเองว่าคำนวณแล้วจะได้กี่คะแนน ได้ส.ส.กี่คน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ที่ปรึกษาขององค์กรไหน ต้องมีข้อพิพาทเกิดขึ้นก่อน กรณีนี้ส่งไปถาม ข้อแรกจึงเห็นว่าอันนี้ผิด ถ้าทำแบบนี้กันต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญโดยตัวเอง เพราะจะเป็นคนบอกว่ารัฐธรรมนูญแต่ละข้อหมายความว่าอะไร ทุกองค์กรสงสัยอะไรก็ถามศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญบอกอะไรก็ถึงที่สุดหมด จะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญผู้ผูกขาดการตีความรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งผิดระบบ สภาจะใช้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องตีความเองใช้เอง กกต.จะใช้มาตรนี้ก็ต้องตีความเองใช้เอง รัฐบาลจะใช้ก็ตีความเองใช้เอง ไม่ใช่ทุกๆเรื่องบอกไม่รู้ ถามศาล แบบนี้ก็เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญใหญ่ที่สุดในรัฐธรรมนูญ พอชี้แล้วก็เป็นที่สุด ผูกพันทุกองค์กร อันนี้เสียระบบการแบ่งแยกอำนาจมาก
"ข้อสองมาตรานี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หากอ่านตามรัฐธรรมนูญจะพบว่า มาตรานี้เขียนชัดแล้ว กฎหมายประกอบก็เขียนชัด ใครจะบอกมีสูตรไหนอีก ผมยืนยันมันไม่มีสูตรอื่น คำนวณแบบนี้ก็จบ จึงอยากให้ปิดตาก่อนอย่ามองพรรคไหนได้เท่าไร คุณเดินตามวงเล็บก็จะออกมาแบบนี้เลย ถัวกันแล้ว 71,000 คะแนน จะมีส.ส. พรรคที่ไม่ถึง ต้องถูกตัดออกจากการคำนวณ ปัญหาคือมันต้องเกิดก่อน แล้วมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าขัด แต่นี่คุณเล่นไปถาม กกต.ที่มีอำนาจคุมการเลือกตั้งยังไม่วินิจฉัยเลย ต้องวินิจฉัยก่อนจะเอาแบบไหน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะมีกกต.ไปทำไม ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญจัดการเลือกตั้ง" นายปิยบุตร กล่าว.
"คนกลุ่มหนึ่งยังมีวิธีคิดที่ว่า เมื่อตัวเองเสียอำนาจแล้วจะต้องบอกว่า บ้านเมืองถึงทางตัน เพื่อตัวเองได้ครองอำนาจต่อ ถ้าเป็นแบบนี้ก็มีทางตันทุกวัน คนกลุ่มนี้เสียอำนาจเมื่อไรก็บอกถึงทางตัน ถ้ามีอำนาจก็บอกไม่มีทางตัน เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอใครมาเรียกร้องก็บอกบ้านเมืองยังไปได้ต้องครองอำนาจต่อ พอจะคลายอำนาจแล้วตัวเองเสียอำนาจก็บอกถึงทางตันอีก"นายปิยบุตร กล่าว
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังกล่าวถึงกรณีที่กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า รัฐธรรมนที่ถูกออกแบบให้ทุกองค์กรมีอำนาจใช้และตีความรัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น การใช้และตีความไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ การใช้และตีความมาตรานี้อยู่ในอำนาจของกกต. ดังนั้น กกต.ต้องบอกเอง ตัดสินใจเองว่าคำนวณแล้วจะได้กี่คะแนน ได้ส.ส.กี่คน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ที่ปรึกษาขององค์กรไหน ต้องมีข้อพิพาทเกิดขึ้นก่อน กรณีนี้ส่งไปถาม ข้อแรกจึงเห็นว่าอันนี้ผิด ถ้าทำแบบนี้กันต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญโดยตัวเอง เพราะจะเป็นคนบอกว่ารัฐธรรมนูญแต่ละข้อหมายความว่าอะไร ทุกองค์กรสงสัยอะไรก็ถามศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญบอกอะไรก็ถึงที่สุดหมด จะกลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญผู้ผูกขาดการตีความรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งผิดระบบ สภาจะใช้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องตีความเองใช้เอง กกต.จะใช้มาตรนี้ก็ต้องตีความเองใช้เอง รัฐบาลจะใช้ก็ตีความเองใช้เอง ไม่ใช่ทุกๆเรื่องบอกไม่รู้ ถามศาล แบบนี้ก็เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญใหญ่ที่สุดในรัฐธรรมนูญ พอชี้แล้วก็เป็นที่สุด ผูกพันทุกองค์กร อันนี้เสียระบบการแบ่งแยกอำนาจมาก
"ข้อสองมาตรานี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หากอ่านตามรัฐธรรมนูญจะพบว่า มาตรานี้เขียนชัดแล้ว กฎหมายประกอบก็เขียนชัด ใครจะบอกมีสูตรไหนอีก ผมยืนยันมันไม่มีสูตรอื่น คำนวณแบบนี้ก็จบ จึงอยากให้ปิดตาก่อนอย่ามองพรรคไหนได้เท่าไร คุณเดินตามวงเล็บก็จะออกมาแบบนี้เลย ถัวกันแล้ว 71,000 คะแนน จะมีส.ส. พรรคที่ไม่ถึง ต้องถูกตัดออกจากการคำนวณ ปัญหาคือมันต้องเกิดก่อน แล้วมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าขัด แต่นี่คุณเล่นไปถาม กกต.ที่มีอำนาจคุมการเลือกตั้งยังไม่วินิจฉัยเลย ต้องวินิจฉัยก่อนจะเอาแบบไหน ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะมีกกต.ไปทำไม ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญจัดการเลือกตั้ง" นายปิยบุตร กล่าว.

Webmaster
2019-04-20 12:33:00
10
