องค์การเภสัชฯยันเร่งผลิตสารสกัดกัญชาให้ทันใช้
การเมือง
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา( อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแจ้ งการขอครอบครองกัญชา ว่า ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้แจ้งครอบครองแล้วโดยแบ่ งเป็นกลุ่ม หน่วยงานของรัฐ มหาวิทยาลัย 19 ราย กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้กัญชารั กษาโรค 6,395 ราย และกลุ่มบุคคลอื่นๆ 1 รายที่เข้ามาแจ้ง ทั้งนี้ จะมีการรวบรวมข้อมูลใหม่อีกในสั ปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ขอให้กลุ่มที่เข้าข่ ายตามกฎหมายรีบมาแจ้ งการครอบครองซึ่งจะครบกำหนดในวั นที่ 19 พ.ค.นี้ หากเกินกำหนดจะไม่สามารถมาแจ้ งได้อีก ส่วนผู้ป่วยสามารถขอใช้กั ญชาทางการแพทย์ออกไปได้อี กประมาณ 90-180 วัน แล้วแต่ความเหมาะสม สิ่งสำคัญขอให้รีบมาแจ้ งการครอบครอง เพราะข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ ในการผลิตยาสำรองสำหรับผู้แจ้ง โดยจะมีการหารือกับองค์การเภสั ชกรรม (อภ.) ในเรื่องนี้ต่อไป
นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลว่าสารสกัดกั ญชาจะไม่เพียงพอ เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือแพทย์ที่ได้รับการอนุญาตให้ ใช้กัญชาทางการแพทย์ และวัตถุดิบในการผลิตนั้น ซึ่งวันที่ 29-30 เม.ย.จะมีแพทย์ที่ผ่ านการอบรมการใช้กั ญชาทางการแพทย์โดยกรมการแพทย์ ประมาณ 200 คนออกมารุ่นแรก ซึ่งอย.ได้ขอให้กรมการแพทย์เพิ่ มการอบรมอีก อาจทำเป็นอีเลิร์นนิ่งหรื ออะไรก็ตาม เพื่อให้มีแพทย์กระจายทั่ วประเทศ ส่วนเรื่องการผลิตกัญชาใช้ ทางการแพทย์นั้น ทาง อภ.คิดว่าจะผลิตได้ในเดือนก.ค. จะมีน้ำมันกัญชามาใช้ในกลุ่มนี้ แต่ในกรณีที่จำเป็น อภ. ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตยาเพื่ อความมั่นคงของประเทศอยู่แล้วก็ จะมีการพิจารณาว่าจะผลิตล็อตเร่ งด่วนก่อนในช่วงเดือนพ.ค.นี้ เผื่อเฉพาะคนที่แจ้งครอบครองไว้ ที่เดือนพ.ค.เท่านั้น ส่วนวัถตุดิบก็ใช้ของกลางที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกั นและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จับมา ซึ่งมีหลายเกรด หากตรวจแล้วไม่มีการปนเปื้อนก็ ใช้ได้ หรืออีกวิธีหนึ่งคือการนำเข้าวั ตถุดิบ
ด้าน นพ.อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ผอ.สถาบันวิจัยและประเมิ นเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กล่าวถึงเนื้อหาในการจั ดอบรมการผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์ ในวันที่ 29-30 เม.ย.ว่า การอบรมแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ให้เป็นผู้ใช้และสั่งจายกั ญชาทางการแพทย์จะมีทั้งหมด 6 รุ่น ในวันที่ 29-30 เม.ย.นี้นับเป็นรุ่นแรก ส่วนรุ่นที่ 2 เริ่ม 23-24 พ.ค. และรุ่นสุดท้ายในเดือนก.ย. เนื้อหาหลักที่จัดการอบรม เน้นให้เข้าใจถึงการปลดล็อกกั ญชาทางการแพทย์ ทั้งในเชิงนโยบาย ข้อมูลพื้นฐานของกัญชาและสารสกั ด กฎหมายที่ออกมาใหม่ กัญชาใช้กับโรคอะไรได้บ้าง โรคอื่นๆ รวมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาเลื อกผู้ป่วยในการใช้กัญชารักษาโรค การเปรียบเทียบข้อมูลข้อเสี ยในการใช้ และการป้องกันการใช้กัญชาเพื่ อสันทนาการ ทั้งนี้ หลังอบรมแล้วยังต้องมีการประเมิ นผลอีก หากผ่านการประเมินแล้วถึ งจะนำผลดังกล่าวไปยื่นต่ออย.เพื่ อขออนุญาตสั่งจ่ายกั ญชาในการแพทย์
นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโรคผู้ป่วยที่จะได้รั บการรักษาด้วยกัญชานั้น จะต้องมีผลการศึกษาวิจั ยทางการแพทย์ อย่างชัดเจน ได้แก่ ลมชัก คลื่นไส้ อาเจียน และโรคทางระบบประสาท ส่วนโรคที่ห้ามใช้กัญชารักษา ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติป่วยทางจิตเภท ผู้แพ้สารที่ใช้ในการสกัดกัญชา โรคหัวใจที่มีอาการรุนแรง โรคตับรุนแรง เป็นต้น.
นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลว่าสารสกัดกั
ด้าน นพ.อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ผอ.สถาบันวิจัยและประเมิ
นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโรคผู้ป่วยที่จะได้รั

Webmaster
2019-04-24 15:17:00
17
