"สุรพล"วอนกกต.ทบทวนแจกใบส้ม ชี้ทำบุญเป็นการส่วนตัว
การเมือง
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบส้ม โดยนายสุรพล กล่าวว่า ยืนยันว่าการที่ตนถวายปัจจัยให้ครูบาสาม วัดดอยพระเจ้า อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เป็นการถวายปัจจัยส่วนตัว เพราะครูบาท่านได้ทำเทียนให้ตนบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ ที่กกต.แจ้งว่าตนผิดมาตรา 73 (2) นั้น ขอให้กกต.ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง เพราะการถวายเงินเป็นการถวายส่วนตัว และกฎหมายรัฐธรรมนูญพระก็ไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นการจูงใจหรือโน้มน้าวเพื่อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ตนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. จากนั้นวันที่ 19 เม.ย.ตนก็ไปให้การ โดยกกต.จังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า เหตุที่สำคัญที่สุดคือการไปพูดหาเสียง ซึ่งในวันนั้นตนไม่ได้พูดหาเสียง ไม่ได้แจกใบปลิวหาเสียง ไม่ได้ใช้รถแห่หาเสียง ไม่ได้ใส่เสื้อของพรรค ตนไปทำบุญกับคนขับรถเพียง 2 คนเท่านั้น ดังนั้น ขอให้ กกต.กลางทบทวนและให้ความเป็นธรรมกับตน รวมถึงขอให้กกต.ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับประชาชนในอำเภอจอมทองและอำเภอใกล้เคียง ว่า ตนไม่เคยใช้เงินซื้อเสียงตลอดการเป็นส.ส. 8 สมัย คะแนนกว่า 52,000 คะแนนมาจากความนิยมของประชาชน และในวันนี้ 26 เม.ย. เวลา 13.00 น. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อกกต.เพื่อขอความเป็นธรรมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นส.ส.มานานถึง 8 สมัยเหตุใดจึงพลาดในครั้งนี้ นายสุรพลกล่าวว่า ตนรู้ว่ากฎหมายเลือกตั้งไม่ให้แจกเงินแก่วัดหรือองค์กรการกุศลต่างๆ แต่การถวายปัจจัยนี้ตนถวายให้พระที่ตนเคารพนับถือ เพื่อใช้สอยเป็นการส่วนตัว และเพื่อรักษาตัวยามเจ็บป่วย ส่วนคำวินิจฉัยของ กกต.ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด การร้องเรียนในตอนนี้อาจจะไม่ทันนั้น นายสุรพลกล่าวว่า ขอให้กกต.เมตตาทบทวน เพราะเรามีพยานยืนยันอยู่แล้ว โดยพยานเป็นทั้งนายกเทศมนตรี อดีตกำนัน และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ส่วนหากกกต.ไม่รับเรื่องจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อกฎหมายต่อไป แต่ตนคิดว่ากกต.ควรรับเรื่องที่เราได้ร้องไป เนื่องจากการแจกใบส้มแก่ผู้สมัครนั้น ผู้สมัครเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาเพียงอยากต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น ควรให้โอกาสแก่ผู้สมัครได้ชี้แจงต่อสู้.
อย่างไรก็ตาม ตนได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. จากนั้นวันที่ 19 เม.ย.ตนก็ไปให้การ โดยกกต.จังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า เหตุที่สำคัญที่สุดคือการไปพูดหาเสียง ซึ่งในวันนั้นตนไม่ได้พูดหาเสียง ไม่ได้แจกใบปลิวหาเสียง ไม่ได้ใช้รถแห่หาเสียง ไม่ได้ใส่เสื้อของพรรค ตนไปทำบุญกับคนขับรถเพียง 2 คนเท่านั้น ดังนั้น ขอให้ กกต.กลางทบทวนและให้ความเป็นธรรมกับตน รวมถึงขอให้กกต.ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับประชาชนในอำเภอจอมทองและอำเภอใกล้เคียง ว่า ตนไม่เคยใช้เงินซื้อเสียงตลอดการเป็นส.ส. 8 สมัย คะแนนกว่า 52,000 คะแนนมาจากความนิยมของประชาชน และในวันนี้ 26 เม.ย. เวลา 13.00 น. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อกกต.เพื่อขอความเป็นธรรมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นส.ส.มานานถึง 8 สมัยเหตุใดจึงพลาดในครั้งนี้ นายสุรพลกล่าวว่า ตนรู้ว่ากฎหมายเลือกตั้งไม่ให้แจกเงินแก่วัดหรือองค์กรการกุศลต่างๆ แต่การถวายปัจจัยนี้ตนถวายให้พระที่ตนเคารพนับถือ เพื่อใช้สอยเป็นการส่วนตัว และเพื่อรักษาตัวยามเจ็บป่วย ส่วนคำวินิจฉัยของ กกต.ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด การร้องเรียนในตอนนี้อาจจะไม่ทันนั้น นายสุรพลกล่าวว่า ขอให้กกต.เมตตาทบทวน เพราะเรามีพยานยืนยันอยู่แล้ว โดยพยานเป็นทั้งนายกเทศมนตรี อดีตกำนัน และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ส่วนหากกกต.ไม่รับเรื่องจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อกฎหมายต่อไป แต่ตนคิดว่ากกต.ควรรับเรื่องที่เราได้ร้องไป เนื่องจากการแจกใบส้มแก่ผู้สมัครนั้น ผู้สมัครเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาเพียงอยากต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น ควรให้โอกาสแก่ผู้สมัครได้ชี้แจงต่อสู้.

Webmaster
2019-04-26 13:16:00
11
