ผู้นำแรงงานระอาเคราะห์ซ้ำ!ค่าครองชีพสูงปรี๊ดค่าจ้างเท่าเดิม
การเมือง
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานพบว่าแรงงานไทยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์มีภาระหนี้สินท่วมหัว ว่า สถานการณ์จริงมากกว่านี้อีกโดยเราพบว่าแรงงานถึง 98 เปอร์เซ็นต์มีปัญหานี้สิน เช่น คนใกล้ตัวของตนต่างเป็นหนี้สินทั้งนั้น ค่าจ้างไม่พอกับรายจ่าย ทำให้แรงงานต้องทำโอที ขณะเดียวกันยังพบว่านายจ้างนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทำงานทดแทนคน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้รายได้ไม่พอใช้ เพราะไม่ได้เงินค่าโอที รวมถึงตอนนี้จะเห็นว่าค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นในทุกด้าน เช่น ค่ารถโดยสารประจำทางก็มีการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น แต่ค่าจ้างขั้นต่ำกลับไม่มีการปรับขึ้นตาม ทั้งนี้ ตนมองว่ารัฐบาลควรแก้ไข คือ 1.ควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ขึ้นราคาไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะหมวดเบ็ดเตล็ด ไม่ใช่เอาร้านธงฟ้าไปตั้งตามสถานที่ต่างๆ เพราะร้านธงฟ้าไม่ได้กระจายไปทั่วประเทศ 2.พิจารณาหาวิธีการให้ลูกจ้างมีรายเพิ่มขึ้น
นายชาลี กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องค่าจ้างนั้น รัฐบาลควรแก้ที่ต้นตอ คือ ไปแก้เรื่องค่าจ้างแรกเข้า สมมุติว่า แรกเข้า 330 บาท ปีต่อไปก็ให้ปรับเพิ่มรายปี โดยประเมินจากผลงานของลูกจ้างจะได้ไม่มีปัญหามาถกเถียงเรื่องการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้พบว่านายจ้างกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมปรับขึ้นค่าจ้างรายปี อย่างไรก็ตาม หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จก็จะเป็นการปรับเพิ่มค่าจ้างโดยอัตโนมัติและเป็นธรรม ทำให้พ่อค้า แม่ค้าจะได้ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าต้องรอรัฐบาลใหม่ หรือรัฐบาลไหนเป็นคนทำ เพราะเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาลปัจจุบัน อย่างอื่นคุณทำได้ มีการออกมาตรา 44 มาช่วย แต่เรื่องนี้กลับไม่ทำทั้งที่เป็นฐานเสียงของคุณ ความทุกข์ยากของลูกจ้าง และประชาชนไม่ทำ รวมถึงการทำให้คนมีเงินในกระเป๋าก็ไม่ทำ แต่กลับทำเรื่องดึงเงินในกระเป๋าออกจากประชาชน” นายชาลี กล่าว.
นายชาลี กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องค่าจ้างนั้น รัฐบาลควรแก้ที่ต้นตอ คือ ไปแก้เรื่องค่าจ้างแรกเข้า สมมุติว่า แรกเข้า 330 บาท ปีต่อไปก็ให้ปรับเพิ่มรายปี โดยประเมินจากผลงานของลูกจ้างจะได้ไม่มีปัญหามาถกเถียงเรื่องการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้พบว่านายจ้างกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมปรับขึ้นค่าจ้างรายปี อย่างไรก็ตาม หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จก็จะเป็นการปรับเพิ่มค่าจ้างโดยอัตโนมัติและเป็นธรรม ทำให้พ่อค้า แม่ค้าจะได้ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าต้องรอรัฐบาลใหม่ หรือรัฐบาลไหนเป็นคนทำ เพราะเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาลปัจจุบัน อย่างอื่นคุณทำได้ มีการออกมาตรา 44 มาช่วย แต่เรื่องนี้กลับไม่ทำทั้งที่เป็นฐานเสียงของคุณ ความทุกข์ยากของลูกจ้าง และประชาชนไม่ทำ รวมถึงการทำให้คนมีเงินในกระเป๋าก็ไม่ทำ แต่กลับทำเรื่องดึงเงินในกระเป๋าออกจากประชาชน” นายชาลี กล่าว.

Webmaster
2019-04-30 13:40:00
10
