ข่าว"บิ๊กอู๋"ฟิตส่งท้ายฝึกคนไทยไปครัวโลก - kachon.com

"บิ๊กอู๋"ฟิตส่งท้ายฝึกคนไทยไปครัวโลก
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต จ.นนทบุรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมผู้ประกอบอาหารไทย “ครัวไทย สู่ครัวโลก”เพื่อพัฒนาทักษะให้พ่อครัวและแม่ครัวไทย ให้สามารถประกอบอาหารที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์คงความเป็นไทยและมีมาตรฐานเดียวกัน
                
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังเปิดงานว่า จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีร้านอาหารไทยอยู่ทั่วโลกมากกว่า 20,000 ร้าน ขณะที่สถานทูตและสถานกงสุล มี 168 แห่ง และเรือสำราญอีกกว่า 55ลำ ที่มีการจ้างพ่อครัวแม่ครัวไทยในการประกอบอาหาร โดยมีรายได้เดือนละ 40,000-90,000 บาท สร้างรายได้ส่งกลับประเทศกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี กระทรวงแรงงานและหน่วยงานเครือข่าย ได้ตั้งเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบอาหารไทยกว่า 15,700 คน ประกอบด้วยการฝึกอบรมผู้ประกอบอาหารไทย 13,000 คน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาผู้ประกอบอาหารไทย 2,500 คน และฝึกอบรมผู้ประกอบการอาหารไทยมืออาชีพ (Professional Thai Chef) จำนวน 200 คน


“สำหรับกิจกรรมภายในงานจะมีการจัดแสดงและสาธิตการปรุงอาหารไทยที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ 10 เมนู ได้แก่ มัสมั่น ผัดไทย แกงเขียวหวานไก่ ต้มยำกุ้ง ต้มยำไก่ พะแนงหมู หมูสะเต๊ะ ส้มตำ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และ ปอเปี๊ยะทอด นอกจากนี้ยังมีเมนูขนมไทยที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติคือ ข้าวเหนียวมะม่วง และ ทับทิมกรอบ ส่วนกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ คือ อบรมProfessional Chef จำนวน 1 รุ่น อบรมการประกอบอาหารไทย 15 เมนู มอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดแข่งขันแกงมัสมั่นไก่ (World Best Food Dish by CNN) มอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับ 1 ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 400 คน สาธิตการประกอบอาหารไทยโดยเยาวชนที่เข้าร่วม World Skill Kazan 2019 และแกงมัสมั่นไก่ตำรับวังยะหริ่งอีกด้วย” รมว. แรงงาน กล่าว

ทั้งนี้ที่ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน ได้มีการจัดเลี้ยงอำลาตำแหน่ง รมว.แรงงาน ของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ในชื่อ "หนึ่งในดวงใจชาวกระทรวงแรงงาน"  มีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ร่วมงานจำนวนมากและได้ร่วมกันมอบภาพขนาดใหญ่สูงประมาณ 2 เมตร ซึ่งเป็นประมวลภาพการทำงานของ พล.ต.อ.อดุลย์ ตลอดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน 8 วัน พร้อมข้อความ "ฮีโร่ แรงงาน" พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตนเป็นรัฐมนตรี

จะขอทำหน้าที่จนวัดสุดท้าย เพราะพรุ่งนี้จะไม่มีโอกาสกลับมาอีก มัน เป็นไปตามวิถี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ตั้งใจทำหน้าที่ผลงานในกระทรวงแรงงาน ตนไม่อาจประเมินผลได้ แต่มีเรดติ้งไม่เกินที่ 5 ว่าเป็นกระทรวงมี่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ การทำงานต้องมีเอกภาพ ตลอดเวลาทำทำหน้าที่มีการประชุม ศูนย์ปฎิบัติการกระทรวงแรงงานรวม 337 ครั้ง จึงขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายและแผนปฎิบัติการให้เชื่อมต่อกัน สิ่งที่ตนทำไว้ ก็ต้องยอมรับว่ามีทั้งดีและเสียเสมอ สิ่งที่ดีขอให้ทำกันต่อไป เมื่อตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ จะมีความภาคภูมิใจ ส่วนการลาออกพร้อมกันของรัฐมนตรีและปลัดแรงงาน จะมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงแรงงาน ที่อาวุโสสูงสุดรักษาการแทน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้ยื่นหนังสือลาออกไปเป็น สว. จะเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค.  หากไม่ลาออกจะยังเหลืออายุการทำงานอีกประมาณ 5 เดือน ส่วนคนที่จะขึ้นมารักษาการแทน จะเป็นนายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด สำหรับนายสุรเดช ส่วนของปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ ที่จะต้องมีการเสนอ ครม. พิจารณาแต่งตั้งใน 1 เดือนมีชื่อของนายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดดเด่นที่สุด เนื่องจากถูกมองว่าเป็น "กู๊ดบอย" ของทั้ง พล.ต.อ.อดุลย์ และนายจรินทร์  และยังเหลืออายุราชการจนถึงปี 2564 ส่วนนายสุเมธ มโหสถ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกระทรวงแรงงาน (ซี 11) รวมทั้งรองปลัดกระทรวง 3 คน และอธิบดีอีก 3 กรม ล้วนเกษียณอายุราชการพร้อมกันในเดือน ต.ค. ปีนี้