ข่าวกษ.ขยายผลจำกัดใช้3สารพิษ เร่งอบรมเกษตรกรทั่วปท. - kachon.com

กษ.ขยายผลจำกัดใช้3สารพิษ เร่งอบรมเกษตรกรทั่วปท.
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ของกรมจำนวน 240 คน ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรการใช้วัตถุอันตรายอย่างถูกต้องและปลอดภัยไปปฏิบัติหน้าที่วิทยากรอบรมเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจำนวน 2,000 คน  ตามแผนปฏิบัติการฝึกอบรมที่กรมวิชาการเกษตรจัดทำไว้ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต  ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยการอบรมในรุ่นแรก จะเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย 1,375 คน อบรมวันที่ 23 พ.ค. นี้ ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร  ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร 

พร้อมกันนี้ กรมวิชาการเกษตรยังขอความร่วมมือสมาคมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย เข้าร่วมอบรมเป็นวิทยากรเพื่อไปอบรมเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยกำหนดจัดอบรมเจ้าหน้าที่จากสมาคมดังกล่าวรุ่นแรก 150 คนวันที่ 23 พ.ค.นี้ เช่นเดียวกัน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวต่อว่า ช่วงเดือนพ.ค.นี้ กรมวิชาการเกษตร อยู่ระหว่างสร้างวิทยากรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปทำหน้าที่วิทยากรนำความรู้ที่ได้รับทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติไปอบรมเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 1.5 ล้านคน ที่ยังจำเป็นต้องใช้สารทั้ง 3 ชนิดนี้ ส่วนการจัดอบรมวิทยากรรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากการยางแห่งประเทศไทยเพื่อให้ครบ 2,000 คน ได้กำหนดจัดขึ้นช่วงวันที่ 6 มิ.ย.

ทั้งนี้ เกษตรกรที่จะเข้ารับการอบรมต้องมีทะเบียนเกษตรกร หรือหลักฐานแสดงพื้นที่ปลูกพืชที่มีความจำเป็นต้องใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซต สำหรับกำจัดวัชพืชใน อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง และไม้ผล และใช้คลอร์ไพริฟอสเพื่อกำจัดแมลงในไม้ดอก พืชไร่ และกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล ซึ่งต่อไปการซื้อสารทั้ง 3 ชนิด ไปใช้เกษตรกรจะต้องซื้อจากร้านที่ได้รับอนุญาต แสดงหลักฐานผ่านการอบรม พร้อมกับแสดงชนิดพืชที่ปลูก และพื้นที่ปลูก เพื่อกำหนดปริมาณวัตถุอันตรายที่จะซื้อได้.