อนค.ยื่นญัติขอตรวจสอบแคนดิเดตนายกฯ
การเมือง

โดยนายปิยบุตร กล่าวว่า วันนี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นเอกสารต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 รายการ คือ เรื่องแรกใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เข้าชื่อ ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 ขึ้นไป ร้องขอต่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า มี ส.ส. ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เรื่องที่สองยื่นเรื่อง ขอยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร มีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบ
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เรื่องแรกเป็นการใช้สิทธิตาม มาตรา 82 ซึ่งตนเคยแถลงข่าวก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องและให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยุติการปฏิบัติหน้าที่แล้วว่า จำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ในการใช้วิธีการ ช่องทาง การร้องเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. ที่ถือหุ้นสื่อในทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราตรวจสอบแล้ว มี ส.ส. หลายท่านถือหุ้นบริษัทต่างๆ ที่หนังสือวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้นมีเรื่องการประกอบกิจการสื่ออยู่ โดยรายชื่อของ ส.ส. 30 คนนั้น ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ 27 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน และพรรคชาติพัฒนา 1 คน
"ตามกระบวนการแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะไม่มีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจใดๆ ต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ถ้ารายชื่อ ส.ส.ที่ลงชื่อครบ 1 ใน 10 และถ้าหากใช้มาตรฐานที่เท่าเทียมกันกับกรณีของนายธนาธร ซึ่ง กกต.ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งรับคำร้องและสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน น่าจะเชื่อได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องภายใน 7 วัน และมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกันสำหรับ ส.ส.ทั้ง 30 คน" นายปิยบุตร กล่าว.