'ถาวร' ถอดรหัส 'สุเทพ' ออกโรงหนุน 'บิ๊กตู่' คั่วเก้าอี้นายกฯ
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

"ถาวร" ชี้เหมาะสมกับเวลา เหตุ "สุเทพ" หนุน "บิ๊กตู่" คั่วเก้าอี้นายกฯต่อ อิงข้อเท็จจริง รับแกนนำ กปปส.กลับซบอก ปชป.ลุยสนามเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แสดงจุดยืนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ 4-5 ปีว่า ส่วนตัวคิดว่า นายสุเทพ พูดนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ผ่านประชามติ เป็นกติกาใหม่ ที่มีการระบุให้มี ส.ว.จำนวน 250 คน มาจากการสรรหาของ คสช. และมีอำนาจ ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย เมื่อวิเคราะห์ต่อว่า หลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พรรคการเมืองทั้งพรรคใหม่และพรรคเก่า จะมีพรรคไหนที่สามารถได้ ส.ส.เกิน 200 เสียง และต้องมารวมกับ 250 เสียงของ ส.ว.หรืออย่างต่ำต้องได้เสียงของพรรคการเมืองและ ส.ว.รวมกันเกิน 376 เสียง คือ เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนสมาชิกรัฐสภา 750 คน

ทั้งนี้เมื่อดูจากผลโพลสำรวจความนิยมยังพบว่าสังคมยังไว้วางใจและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด แม้ว่าการแก้ไขปัญหาบางด้านจะยังไม่สำเร็จ รวมถึงงานด้านการปฏิรูป หลายด้านยังไม่ได้เริ่มต้น หลายด้านยังต้องสานต่อ วิธีคิดของนายสุเทพ จึงอยู่บนความเป็นจริงที่ว่า คสช.มีอยู่แล้ว 250 เสียงเพียงหาเสียงจากพรรคการเมืองจากพรรคใดก็ได้มาเติมอีก 126 เสียง ซึ่งคิดว่า เป็นเรื่องไม่ยาก การที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมองแล้วว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานี้

นายถาวร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แม้ในการหาเสียงทุกพรรคต้องยืนยันหลักการที่ประกาศต่อสังคมว่า หัวหน้าพรรคนั้นๆ พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแต่เมื่อดูข้อเท็จจริงประกอบ สังคมทราบดีว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรการหาเสียงจึงเป็นการแสดงออกแค่หลักการ และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค ที่จะประกาศจุดยืนต่อสังคม ส่วนข้อเท็จจริงแต่ละพรรคจะร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล หรือจะเปลี่ยนแปลงคำพูดเพื่อไปร่วมจับมือพรรคอื่น ในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคใด กับใครในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขอะไร จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนเจ้าของสิทธิที่จะเลือกตัวแทนมาเป็น ส.ส.ในแต่ละพรรคการเมือง ประชาชนต้องติดตามเพื่อให้รู้เท่าทัน จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่สังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้สมาชิกพรรคเป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง เช่น การจะกำหนดให้ใครมาเป็นผู้ลงสมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ประเภท หรือการกำหนดนโยบายว่าการเลือกตั้งพรรคจะมีจุดยืนจะจับมือกับพรรคใด หรือเมื่อประกาศจุดยืนไปแล้วว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จะเปลี่ยนเพื่อไปร่วมกับพรรคอื่นในการจัดตั้งรัฐบาลสมาชิกพรรคต้องยินยอมด้วยหรือไม่ ดังนั้นการออกมาพูดของนายสุเทพจึงเป็นการออกมาพูดในช่วงเวลาที่เหมาะสมถูกต้องที่สุด เพื่อให้สังคมได้ฉุกคิด

“ส่วนเรื่องแกนนำ กปปส.ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่นายสุเทพระบุว่าต้องกับเข้าสู่การเมืองนั้น พวกเราเป็นลูกพระแม่ธรณี เมื่ออาสาสังคมออกไปทำงานนอกบ้าน หลังเสร็จภารกิจในระดับหนึ่ง การเดินกลับเข้าบ้านมาซบอกแม่ก็เป็นเรื่องปกติเพราะเราไม่ใช่คนหน้าใหม่ ที่พึ่งมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค จึงอยากให้นักการเมืองทุกคนคิดถึงชาติบ้านเมือง ว่าจะเดินต่อไปจะปฏิรูปอย่างไรให้ก้าวหน้าพัฒนาขึ้นเพื่อขจัดนักการเมืองชั่วร้ายที่หลอกลวงประชาชน อ้างเสียงข้างมาก ละมิดกฎหมาย ขอให้นักการเมืองดีๆช่วยกันคิดเพื่อปฏิรูปประเทศจะดีกว่า” นายถาวร กล่าว