เวทีถก ‘บัตรทอง’ เจอคนค้านหนัก
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

‘ไก่อู’ จวกพวกเห็นต่างจ้องล้ม

เวทีประชาพิจารณ์แก้กฎหมายบัตรทองวุ่น ภาคประชาชนบุกค้านพร้อมเปิดเวทีคู่ขนานจี้ยุติแก้กฎหมาย ลั่นไม่ขอเข้าร่วมงาน เตือน คสช.อย่าหูเบาระวังถูกสอดไส้ ด้าน คกก.พิจารณายกร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ยันการทำประชาพิจารณ์ไม่ถือว่าล้มเหลว คาดรวบรวมความเห็นเสนอ “ปิยะสกล” 18 ก.ค.นี้ ขณะที่ “ไก่อู” ย้ำไม่ได้ยกเลิกบัตรทอง 30 บาท แต่ปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น จวกพวกเห็นต่างแล้วมาล้มเวที ไม่งดงาม ขอให้ประชาชนรู้เท่าทัน

หลังจากคณะกรรมการพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ....จัดเวทีการทำประชาพิจารณ์แก้ไขปรับปรุง (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ในส่วนภูมิภาคไปแล้ว 3 ครั้ง คือ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น ทั้ง 3 ครั้ง

ที่ผ่านมา เครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ออกมาคัดค้านทุกครั้ง โดยการแสดงออก ทั้งการวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ยึดเวทีประชาพิจารณ์ จนทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ มีการจัดเวทีการทำประชาพิจารณ์แก้ไขปรับปรุง (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...หรือกฎหมายบัตรทอง ภาคกลาง เป็นเวทีที่ 4 ในการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งกองร้อยมาคอยรักษาความปลอดภัย นำโดย พ.ต.ท.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ ในฐานะ ผบ.ร้อยควบคุมฝูงชน บก.น.2 ทั้งนี้ ก่อนการทำประชาพิจารณ์ เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพกว่า 200 คน นำโดยนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน และ น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีตสมาชิกวุฒิสภา จ.สมุทรสงคราม เดินทางมายังบริเวณหน้างาน พร้อมทั้งถือป้ายคัดค้านให้ยุติแก้กฎหมายบัตรทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรวมกลุ่มของเครือข่าย ได้มีการตะโกนเป็นระยะๆว่า “แก้ไม่ดี อย่าแก้” ทั้งยังกล่าวบริเวณหน้างานว่าจะขอเปิดเวทีคู่ขนานกับเวทีประชาพิจารณ์ แต่ไม่ขอเข้าร่วมการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ แต่ก่อนจะทำประชาพิจารณ์นั้น เกิดความชุลมุนขึ้น เนื่องจากมีชายไม่ทราบชื่อมายื้อแย่งป้ายคัดค้านให้ยุติการแก้กฎหมายบัตรทองของกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จนทำให้เครือข่ายไม่พอใจลุกฮือขึ้น โดยนายนิมิตร์ได้โต้เถียงกับตำรวจกรณีไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องขยายเสียง ทำให้เครือข่ายเข้าใจผิดว่า ตำรวจมีการยึดของ จนสร้างความไม่พอใจให้กับเครือข่าย จึงร้องตะโกนว่า “ตำรวจรังแกประชาชน” จนตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุ และแจ้งว่าไม่ได้มีการยึดของแต่อย่างใด ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวชายไม่ทราบชื่อที่แย่งป้ายคัดค้านออกจากที่ประชุม และเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง เมื่อนายนิมิตร์ประกาศให้เครือข่ายนั่งอยู่หน้าห้องประชุมอย่างสงบ แต่ยังยืนยันจะจัดเวทีคู่ขนานต่อไป

ต่อมาเวลา 11.00 น. กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก และ กทม. นำโดยนายพงศภัทร หงส์สุขสวัสดิ์ ผู้แทนกลุ่มคนรักหลักประกันฯ อ่านแถลงการณ์เหตุผลที่คัดค้านเวทีประชาพิจารณ์ว่า ขอแสดงจุดยืนคัดค้านไม่สนับสนุน การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เนื่องจากไม่ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เพิ่มสิทธิประชาชน มีแนวโน้มร่วมจ่าย ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ประชาชนไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ที่สำคัญไม่มีคำตอบว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจะทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของกฎหมายให้ดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะรับฟังความคิดเห็นรายมาตรา จึงเรียกร้องให้หยุดกระบวนการทั้งหมด และเริ่มกระบวนการแก้กฎหมายใหม่ที่สมดุล และมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เช่น 1.การแก้ไขกฎหมายควรยึดหลักการแก้แล้วประชาชนได้ประโยชน์อย่างไรเป็นที่ตั้ง 2.ยกเลิกการร่วมจ่าย เพราะประชาชนมีโอกาสร่วมจ่ายเมื่อมีการไปใช้บริการ 3.ขอให้ใช้ข้อมูลหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ในการแก้กฎหมาย 4.การแก้กฎหมายให้แยกเงินเดือนของบุคลากรสาธารณสุข ดูเหมือนจะดีและทำให้บุคลากรสาธารณสุขไม่ต้องกังวล แต่ต้องยอมรับว่า จะเกิดปัญหาการกระจายบุคลากรที่เป็นธรรมต่อหน่วยบริการหรือโรงพยาบาล และ 5.การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการระบบหลักประกัน ควรมีสัดส่วนของกลุ่มผู้ป่วย ตัวแทนศูนย์มาตรา 50 (5) ทั้งในหน่วยบริการและของประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งสองคณะมีประสิทธิภาพ

ด้าน น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีตสมาชิกวุฒิสภา จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายทั้งสองประเด็นเป็นการสอดไส้ อย่างสัดส่วนบอร์ดก็เพิ่มผู้แทนผู้ให้บริการเข้ามา การตัดสินใจเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อประชาชนก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนการจัดซื้อยาเห็นชัดว่า สปสช.ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มการเข้าถึงยาได้ การให้กระทรวงสาธารณสุขซื้อยาจะทำให้ราคายาแพงขึ้นและเป็นการทำลายระบบหลักประกันฯ ทั้งหมดเหล่านี้เราเห็นเจตนารมณ์ในการล้มบัตรทอง รวมไปถึงเรื่องการร่วมจ่ายที่ไม่มีการตัดออกจากร่างกฎหมาย ดังนั้น ขอ คสช.อย่าหูเบาเพราะอาจถูกสอดไส้ได้

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณายก (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ แถลงข่าวระหว่างการจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายบัตรทอง รับฟังความคิดเห็นควบคู่กับเวทีของภาคประชาชน ว่าการจัดเวทีประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาทั้ง 3 ภาค แม้ภาคประชาชนบางส่วนจะมีการวอล์กเอาต์และยึดเวที ส่วนตัวมองว่าไม่ถือว่าล่มหรือล้มเหลว เพราะการแสดงความคิดเห็นมีหลายช่องทาง คือ ผ่านทางออนไลน์ เวทีประชาพิจารณ์ และเวทีปรึกษาสาธารณะ แม้การจัดประชาพิจารณ์ทั้ง 4 เวทีจะมีการวอล์กเอาต์ ไม่เข้าร่วมประชุม ปิดเวทีประชาพิจารณ์ แต่ยืนยันว่าสามารถรวบรวมข้อคิดเห็นแต่ละช่องทางของประชาชนได้ หลังจากคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดประชาพิจารณ์ฯ รวบรวมความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายเสร็จสิ้นและเสนอมายังคณะกรรมการยกร่างฯ ก็จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ภายในวันที่ 18 ก.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อเข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกา และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งคณะกรรมการพิจารณา 3 วาระต่อไป กระบวนการพิจารณาของ สนช.ยังสามารถเสนอความคิดเห็นต่างๆได้อีก

นายวรากรณ์กล่าวอีกว่า การแก้กฎหมายในครั้งนี้ และการทำประชาพิจารณ์ ถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนกรณีที่เครือข่ายฯ ขอให้ยุติและเริ่มต้นร่างกฎหมายใหม่นั้น คณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบหลายต่อหลายครั้ง มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องสอบถามต่างๆมากมาย รวมถึงศึกษาข้อมูลกฎหมายเดิม และความคิดเห็นต่างๆ ตั้งแต่สมัยร่างกฎหมายเมื่อ 15 ปีก่อน คงไม่มีเหตุผลที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่ทางคณะกรรมการฯ ยินดีรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อเสนอข้อคิดเห็นต่างๆ เข้ามาใหม่ได้ อยากให้เข้ามาเสนอแก้เป็นข้อๆมากกว่า

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดประชาพิจารณ์ฯ กล่าวว่า เวทีประชาพิจารณ์ทั้ง 4 เวที และเวทีที่เปิดให้แสดงความคิดเห็นทั้งหมด จะมีการประมวลความคิดเห็นออกเป็นหมวดหมู่ และเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณายกร่างฯภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ พร้อมนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าทุกความคิดเห็นที่ส่งมาได้นำมาปรับปรุงจริง

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเวทีประชาพิจารณ์แก้ไขร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ หลายจังหวัด ถูกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยคัดค้าน ส่งผลบางเวทีล่มว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในมุมตัวเอง รัฐพร้อมเก็บข้อมูลทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ว่าใครรู้สึกว่าความคิดเห็นไม่ตรงกับเราแล้วต้องห้ามจัด แล้วขึ้นไปล้มเวที ถือว่าไม่ค่อยดี เราเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่ฟังเสียงคนอื่นเลย เอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้ง มันไม่งดงาม ส่วนจะมีภาคการเมืองหนุนหลังหรือไม่ ไม่ทราบ แล้วแต่มุมมอง แต่สุดท้ายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดูแลดำเนินการตามกฎหมาย ใครจะมาทำให้เสียหายไม่ได้ และประชาชนต้องรู้เท่าทัน รัฐบาลยืนยันหลายครั้งแล้วว่าไม่ยกเลิกบัตรทอง 30 บาท มีแต่ปรับปรุงให้มีคุณภาพมากขึ้น ประชาชนต้องแยกแยะให้ออกว่าเขาต้องการอะไร ต้องการให้บ้านเมืองสับสนวุ่นวายหรือไม่ ต้องรู้เท่าทัน ถ้าใครมาเล่าอะไร ขอให้รู้ว่าเมื่อเคยโกหกครั้งหนึ่ง ก็พร้อมโกหกได้อีก

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ถึงการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มรักประกันสุขภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้บริการสิทธิบัตรทอง บุกยึดเวทีประชาพิจารณ์การแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดขึ้นที่โรงแรมอวานี แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จนต้องยุติลงกลางคัน พ.ต.อ.จำลองตอบว่า วันนี้ติดงาน ไม่สะดวกที่จะพูดคุยเรื่องนี้แล้วปิดโทรศัพท์ ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ สภ.เมืองขอนแก่น พบว่ายังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด ขณะที่นายตำรวจระดับสูงในพื้นที่ บช.ภ.4 นายหนึ่งกล่าวว่า ตำรวจไม่ได้ปล่อยเฉย อยู่ระหว่างหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง ว่าจะจัดการกับเหตุที่เกิดขึ้นอย่างไร ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านทราบว่า บางส่วนได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 17 มิ.ย. เพื่อร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านการเปิดเวทีในเรื่องนี้แล้ว