ข่าวแจงทุ่มงบฯโมห้องทำงานกกต.ใหม่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ด้วย - kachon.com

แจงทุ่มงบฯโมห้องทำงานกกต.ใหม่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ด้วย
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าสำนักงานกกต. ทุ่มงบประมาณกว่า 17 ล้านบาทสร้างห้องทำงานรองรับกกต.ใหม่ ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของสำนักงานฯที่เป็นผู้รับผิดชอบ กกต. เพียงแค่ให้นโยบายว่าสำนักงานฯจะต้องเตรียมห้องทำงานให้พร้อมกับจังหวะที่กกต.ชุดใหม่จะเข้ามาทำงาน ไม่ใช่ให้เขาเข้ามาก่อนแล้วค่อยมาทำ ซึ่งเดิมทีโมเดลแรกวางไว้ว่า กกต.ทั้ง 7 คน ห้องทำงานควรอยู่ชั้นเดียวกันหมดคือชั้น 8 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5 ห้อง แต่เนื่องจากบริเวณชั้นดังกล่าวมีปัญหาในเรื่องพื้นที่ไม่สามารถที่จะขยายหรือปรับปรุงให้เป็นห้องทำงานสำหรับ กกต.ใหม่อีก 2 คนได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการออกแบบใหม่ คือใช้พื้นที่บริเวณชั้น 9 ที่เดิมเป็นห้องรับรองและห้องจัดเลี้ยง มาปรับปรุงให้เป็นห้องทำงานของกกต.อีก 2 คน โดยการออกแบบใหม่นอกจากเป็นห้องทำงานของกกต.แล้ว จำเป็นต้องครอบคลุมทั้งห้องทำงานของที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ เจ้าหน้าที่ต่างๆด้วย รวมประมาณ 10 คนต่อกกต. 1 คนด้วย  ดังนั้น การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อกกต.แต่อย่างใด

“การออกแบบครั้งนี้ทางสำนักงานฯได้ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ดำเนินการและเป็นฝ่ายตีราคากลาง ตั้งอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านบาท แต่ราคาบริษัทที่ประมูลได้เสนอจัดสร้างในราคาประมาณ 15 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้  ดังนั้นในแง่ของงบประมาณอย่าไปคิดว่าทำเพื่อคนแค่ 2 คน แต่มันเป็นการรองรับคนที่จะต้องทำงานร่วมกับกกต.ประมาณ 20 คนด้วย ราคาแพงหรือไม่แพง ผมไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคา ส่วนการออกแบบและประเมินราคากลางก็ทำโดยหน่วยงานราชการ เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง" นายสมชัยกล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของกกต.ใหม่นั้น  ทางกกต.ได้มีมติไม่อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อตามที่สำนักงานฯได้เสนอ เนื่องจากเราเห็นว่ารถประจำแหน่งของกกต. ที่มีอยู่เดิมจำนวน 10 คัน ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ส่วนกกต.ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่ม จำนวน 2 คนนั้น เบื้องต้นให้ใช้วิธีการเช่าเพิ่มไปก่อน จำนวน 4 คัน ส่วนเมื่อกกต.ชุดใหม่เข้ามา ถ้าหากเห็นว่ารถที่ใช้อยู่เก่าเกินไปหรือเห็นว่าอาจมีปัญหาในแง่ของความปลอดภัยต่างๆ ก็ให้เป็นดุลยพินิจของกกต.ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินใจ.