ข่าวสนช.จ้องตัด 2กกต.คนดัง อธิบดีกับผู้ว่าฯ อ้างเหลือ5คน ก็ยังทํางานได้ - kachon.com

สนช.จ้องตัด 2กกต.คนดัง อธิบดีกับผู้ว่าฯ อ้างเหลือ5คน ก็ยังทํางานได้
การเมือง

photodune-2043745-college-student-s

“สุรชัย” ยันไร้ใบสั่ง สนช.ล้มกระดาน 7 ว่าที่ กกต.ใหม่ เช็กวงในจ่อตีตก “สมชาย” มีคดีเก่าค้างศาล-ป.ป.ช. พันทุจริตสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หวั่นทำภาพลักษณ์องค์กรมัวหมอง ส่วน “พีระศักดิ์” ลุ้นหืดจับทั้งเสียงหนุนเสียงค้านขี่คอก้ำกึ่ง เหตุถูกร้องไม่เป็นกลางทางการเมือง “นิพิฏฐ์” ดักคอใช้วิธีทาบทามคนไม่ผ่านเกณฑ์ ส่อกระทบเลือกตั้งใหญ่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม งัด ม.222 พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ระบุชัดให้สรรหาไม่ใช่จับวาง “บิ๊กตู่” สีหน้าอิดโรย ต้องโด๊ปยาคลายโมโห บอกเด็กไทยคืนถิ่นปีหน้าได้เลือกตั้งแน่ ขู่นักการเมืองยังไม่ปลดล็อก อย่าทำผิดกฎหมาย

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรับรองรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. จำนวน 7 คน ถูกหลายฝ่ายจับตามองว่าจะมีใบสั่งจากผู้มีอำนาจหรือไม่ เพื่อจัดวางตัวบุคคลที่ต้องการเข้ามา ภายหลังมีกระแสข่าวอาจมีผู้ได้รับความเห็นชอบไม่ครบ 7 คนแล้วอาจจะมีการใช้วิธีการทาบทามแทนการสรรหา ขณะที่ฝ่ายการเมืองดักคออาจส่งผลกระทบทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่สุจริต เที่ยงธรรม

สนช.ถกลับเฟ้น 7 กกต.ชุดใหม่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการประชุม สนช. วันที่ 12 ก.ค. ที่มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 7 คนว่า ตามขั้นตอนจะเป็นการประชุมลับ เพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระแสข่าวมีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 1 ราย มีปัญหาคุณสมบัติ อาจไม่ได้รับการเห็นชอบจาก สนช.นั้นไม่ทราบข้อเท็จจริง ทั้งหมดเป็นดุลพินิจของสมาชิก สนช.จะตัดสินใจให้ความเห็นชอบหรือไม่

“สุรชัย” ยันไร้ใบสั่งล้มกระดาน

นายสุรชัยกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า การเลือก กกต.ของ สนช. ครั้งนี้จะไม่มีการล้มกระดานเหมือนที่ผ่านมา เชื่อว่าบุคคลที่มาสมัครครั้งนี้ เบื้องต้นได้สำรวจตัวเองมาแล้ว รวมถึง สนช.เข้มงวดในรายละเอียด ตรวจสอบประวัติเชิงลึก และความประพฤติทางจริยธรรม ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยคัดกรองให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาทำหน้าที่ เพราะ กกต.มีหน้าที่มาดูแลการเลือกตั้ง ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของ สนช.ในการเลือก กกต. ไม่มีใบสั่ง ขอให้ความมั่นใจว่า สนช.ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ จะคัดกรองคนดีมาทำหน้าที่ กกต. ทั้งนี้ หาก สนช.ให้ความเห็นชอบ กกต.อย่างน้อย 5 คน จาก 7คน ถือว่าครบองค์ประชุมทำหน้าที่ กกต.ต่อไปได้

“สมชาย” พันคดีเก่าจ่อถูกตีตก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสนช.วันที่ 12 ก.ค. มีวาระสำคัญพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 7 คน ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ตรวจสอบประวัติเสร็จแล้ว เสียง สนช.ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นตรงกันว่า อาจไม่เห็นด้วยกับการรับรองรายชื่อนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีปัญหามีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ในชั้น ป.ป.ช.และศาล กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำหน้าที่นายทะเบียนสหกรณ์ ทำให้ สนช.หลายคนเป็นห่วงว่า หากได้รับแต่งตั้งเป็น กกต.อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร แม้ศาลและ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้ขาดจนถึงที่สุดว่ามีความผิด แต่เกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ กกต.ไปแล้วมาถูกชี้มูลความผิดภายหลัง จะยุ่งยากตามมาต้องไปสรรหา กกต.กันใหม่ในอนาคต จึงไม่ควรเสี่ยงเลือกผู้ที่หมิ่นเหม่ทางคดีความเข้ามาเป็น กกต. อีกทั้งมองว่าตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุให้มี กกต. 5 คนขึ้นไปสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมี กกต.ครบ 7คน

“พีระศักดิ์” ลุ้นหนักหนุน–ค้านก้ำกึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าฯหลายจังหวัด ยังก้ำกึ่งจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ เนื่องจากมีปัญหาถูกร้องเรียนความเป็นกลางทางการเมือง สนช.ยังเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนในจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อที่เหลืออีก 5 คน ได้แก่ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดและอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา น่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอให้เป็น กกต. เพราะไม่มีปัญหาถูกร้องเรียน ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สนช.เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สนช. 246 คน ที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือ 123 เสียงขึ้นไป

“วิษณุ” ยันตั้งไม่ครบ 7 คนทำงานได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี สนช. เตรียมพิจารณาบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 7 คน พบว่ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 1 คน ถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นกระทำการตามหน้าที่โดยมิชอบ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ไม่รู้เรื่อง เห็นแต่จากข่าวในหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตาม ถ้าได้ไม่ครบ ไม่มีปัญหาอะไร มีเท่าไหร่ทำงานได้ ที่จะทำงานไม่ได้คือไม่มีทั้ง 7 คน เพราะต้องกลับมาหา 4 คนเดิม

ไม่หวั่นถูกฟ้องผิด ม.157 แก้ ก.ม.สงฆ์

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) แจ้งข้อกล่าวหานายวิษณุและนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ส่อผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร แต่ยังไม่รู้เลยว่าเขาฟ้องว่าอะไร เมื่อถามว่าควรชี้แจงเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่าสังคมน่าจะเข้าใจแล้ว การไปชี้แจงจะดูกว้างเกินไป แต่ถ้าใครยังไม่เข้าใจ จะมาขอพบและรับฟังชี้แจงโดยเฉพาะก็ยินดีหรือจะให้ไปชี้แจงให้ยินดี แต่จะให้ลุกขึ้นมาประกาศป่าวร้องกัน ทั้งที่บางคนเขาไม่ได้สงสัยคงไม่ใช่ เรื่องนี้ได้ทำความเข้าใจกันมาเป็นลำดับกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ขึ้นเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ 7 วัน ถือว่าน้อย แต่มีผู้แสดงความคิดเห็นกลับมากว่า 500 ราย เป็นพระ 70 นอกนั้นเป็นฆราวาส ถือว่ามากกว่าร่างกฎหมายอื่นที่เคยทำมา อีกทั้งยังเชิญผู้ใหญ่มาเพื่อขอความเห็นอีกหลากหลาย ก่อนที่จะยกร่างซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมครบถ้วน

“นิพิฏฐ์” รู้ทันทาบทามส่อ ลต.ไม่สุจริต

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการพิจารณารายชื่อว่าที่ กกต.ของที่ประชุม สนช.ในวันที่ 12 ก.ค.ว่าอาจจะได้ กกต.ไม่ครบจำนวน 7 คนตามที่กฎหมายกำหนด และอาจนำไปสู่การใช้วิธีการทาบทามแทนว่า ต้องรอดูการพิจารณาและผลการลงคะแนนของที่ประชุมใหญ่ สนช.ก่อนว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ถ้าเลือกบุคคลได้ไม่ครบแล้วใช้วิธีการทาบทาม จะมีข้อครหาหรือสังคมมองได้ว่า ผู้มีอำนาจต้องการส่งหรือมีคนของตัวเองที่ต้องการให้ไปเป็น กกต.อยู่แล้ว จะทำให้ กกต.ที่ได้มาจากการทาบทามอาจไม่ได้รับความเชื่อถือในความเป็นกลาง ที่สุดกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งในอนาคตไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและสังคมว่าจะทำให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรมได้จริงหรือไม่ ถ้าผู้มีอำนาจใช้วิธีการทาบทามจริง ทำให้มองได้ว่าผู้เล่นข้างหนึ่งเป็นคนเลือกกรรมการเข้ามาคุมเกมการแข่งขัน ถ้ากรรมการไม่เป็นกลาง คนดูและผู้ร่วมเกมแข่งขันอื่นไม่ยอมรับผลการแข่งขัน เกรงว่าที่สุดจะกลายเป็นการสร้างปมความขัดแย้งรอบใหม่ในสังคมขึ้นมาอีก

งัด ก.ม.ให้สรรหาไม่ใช่จับวาง

นายนิพิฏฐ์ระบุอีกว่า หากเราดูตามกฎหมาย กกต.ระบุชัดในมาตรา 222 ระบุชัดว่าใช้การสรรหาบุคคลมาเป็น กกต. คือ 5 คนมาจากการสรรหา และอีก 2 คนมาจากการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ ของผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมเป็น 7 คน กฎหมายไม่ได้ระบุหรือใช้คำว่าให้ใช้การทาบทาม ที่เขาพูดเปิดช่องไว้ อาจจะระบุหรือเชื้อเชิญคนที่เขาถูกใจให้มาลงสมัครเป็น กกต.ก็ได้ แต่ที่ผ่านมาในการสรรหาบุคคลที่เป็นกลาง เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไม่เคยมีการใช้ระบบเช่นนี้ จึงอยากให้ สนช.พิจารณาให้รอบคอบ ถี่ถ้วนเป็นไปตามปกติตามขั้นตอนการสรรหา กกต.เพื่อมาทำหน้าที่นี้โดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่อย่าแปลกใจหากผลไม่เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ ขอให้สังคมจับตามองตามให้ทัน” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

“สามารถ” ขอให้ทำหน้าที่เที่ยงธรรม

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้ถูกเสนอชื่อเป็น กกต. 1 คน มีคดีความในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อาจไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.ว่า กกต.ทั้ง 7 คน แยกเป็น 5 คนมาจากคณะกรรมการสรรหา ส่วนอีก 2 คนมาจากสายศาล มั่นใจว่า สนช.จะไม่มีปัญหากับการคัดเลือก กกต.ที่มาจากสายศาล ทั้งนี้ ที่ฟังจากรองประธานสนช. ระบุเองว่า 5 คนที่มาจากคณะกรรมการสรรหาไม่มีปัญหาอะไร คงคาดการณ์กันเองว่าจะมีปัญหา เชื่อว่าการเลือก กกต.จะไม่กระทบกับการเลือกตั้ง เพราะถ้ายังไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ กกต.ชุดเดิมยังสามารถบริหารจัดการได้อยู่ ขอฝากให้ กกต.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ให้ทำหน้าที่สุจริตและเที่ยงธรรม

“บิ๊กตู่” ขอบคุณบราซิลซื้อยางไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางอานา ลูซี เชนทิล กาบรัล เพเทอร์เซิน เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยนายกฯกล่าวต้อนรับและหวังว่าจะมีโอกาสในการต้อนรับประธานาธิบดีบราซิลที่ประเทศไทยในเร็ววัน และได้ขอบคุณที่บราซิลรับซื้อยางพาราจากไทย ขณะที่เอกอัครราชทูตแสดงความยินดี ชื่นชมรัฐบาลไทยช่วยเหลือ 13 คน ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย ได้อย่างปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้นักลงทุนชาวบราซิลร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

ขอตั้งมั่นทำดีย้ำต้นปีหน้าเลือกตั้ง

ต่อมาเวลา 14.30 น.ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี นายกฯให้การต้อนรับเยาวชนจากโครงการ “เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น” ครั้งที่ 2 จำนวน 70 คน โดยให้โอวาทว่า คนไทยไม่ว่าจะไปอยู่ชาติไหน ความเป็นไทยยังคงอยู่ติดตัวเสมอและต้องยึดคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นหลัก โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องมีคุณธรรม ตั้งมั่นในความดี สุจริต ไม่คดโกงและเบียดเบียนผู้อื่น ถือหลักเบญจศีล จะส่งผลให้ประเทศชาติสงบสุข ขอยืนยันประเทศเป็นประชาธิปไตย เราจะเลือกตั้งแน่ต้นปีหน้า ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องปรองดองสมานฉันท์ วันนี้กำลังสร้าง อนาคตเพื่อทุกคน พัฒนาทุกพื้นที่ แม้ไม่มี ส.ส.ของตัวเอง แต่มีคณะทำงานลงไป เราไม่ต้องให้ใครมาเลือกเพื่อให้ได้งบประมาณ เพราะไม่ต้องเลือกก็ยินดีทำให้ จะชอบหรือไม่ชอบนายกฯก็ยินดีทำให้ เพราะทุกคนถือเป็นคนไทย

เตือนยังไม่ปลดล็อกอย่าทำผิด

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองหลังช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายได้สำเร็จ อาจจะกลับมาวุ่นวายว่า ตนไม่สนใจทั้งสิ้น การเมืองก็คือการเมือง บอกแล้วการเมืองก็ทำไป ถึงเวลาเมื่อไรที่เขาปลดล็อกให้ก็ทำไป แต่ถ้ายังปลดล็อกไม่หมดแล้วไปทำความผิด ต้องดำเนินคดีจะไปยากอะไร เมื่อถามว่า คิดว่านักการเมืองควรจะถอดบทเรียนจากความสามัคคีกรณีช่วยทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนไม่ไปแตะต้องเขาหรอก อย่าเอาตนไปแตะต้องกับเขา เพราะยังไม่ได้ไปสู่การเมือง

หน้าตาอิดโรยต้องกินยาคลายโมโห

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นนายกฯได้พบปะกับเยาวชนในโครงการเยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่นครั้งที่ 2 และผู้ปกครองกว่า 80 คน ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯเดินช้ากว่าปกติและสีหน้าค่อนข้างอิดโรย ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า ทำไมถึงเดินหลับตา นายกฯตอบว่า เพิ่งทานยามา ผู้สื่อข่าวซักอีกว่า ไม่สบายหรือเปล่า นายกฯตอบว่า “เปล่าแค่ทานยาทำให้สงบมา” หลังจากเยาวชนเข้าพบเสร็จ ขณะที่นายกฯกำลังจะเดินมาให้สัมภาษณ์บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกไทยคู่ฟ้า ได้ยกนิ้วชี้มือขวาทาบไปที่ริมฝีปากเหมือนแสดงสัญลักษณ์ว่าจะไม่พูด แต่ในที่สุดได้มาหยุดยืนหน้าไมโครโฟน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวตามปกติด้วยสีหน้าที่อิดโรย กระทั่งสัมภาษณ์เสร็จ ผู้สื่อข่าวถามอีกครั้งว่า นายกฯทานยาอะไร นายกฯ ตอบว่า “ยาคลายความโมโห” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปอย่างเชื่องช้า

“สนธิรัตน์” โบ้ยไม่ได้ยุ่งเรื่องดูด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าการเคลื่อนไหวในการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐที่ถูกระบุว่าเป็นพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯอีกครั้ง โดยนายสนธิรัตน์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่ทราบๆ ไม่รู้การเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ได้ยุ่ง จะไปรู้ได้ไง” จากนั้นได้รีบเดินไปประชุมทันที

พท.อัด ครม.สัญจรหาเสียงล่วงหน้า

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม. นอกสถานที่ จ.อุบลราชธานี และจะลงพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ปลายเดือน ก.ค.ว่า กลุ่มของตนไม่ลงไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน คงมีข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องหลายพันคนให้การต้อนรับ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์คงไม่อยากให้เรามาเกี่ยวข้อง ส่วนนัยทางการเมืองนั้นนายกฯ อ้างว่าจะมาพัฒนา จ.อุบลราชธานี และ จ.อำนาจเจริญ แต่ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเวลาลง ครม. สัญจรจะมีนักการเมืองมาต้อนรับเหมือนเปิดตัวนักการเมืองที่สนับสนุนกลุ่มท่าน เหมือน พล.อ.ประยุทธ์กำลังหาเสียงให้กลุ่มที่สนับสนุนตัวเองล่วงหน้า ไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง แต่ถึงท่านจะทำพวกเราคงไม่มีสิทธิที่จะห้าม อย่างไรก็ตาม คาดว่าคงจะมีการพูดคุยกับนักการเมืองที่คาดว่าจะสนับสนุนพวกท่าน ทั้งนี้ หากมีอดีต ส.ส.อุบลราชธานีคนใดให้การต้อนรับก็คงชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีอดีตส.ส.อุบลราชธานีคนใดประกาศตัวชัดเจนว่าจะไปอยู่กับพลังประชารัฐ

เย้ย ปชช.เมินขนกำนัน ผญบ.ต้อนรับ

ด้านนางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์แน่นอนเช่นเดียวกับคนของพรรคเพื่อไทย ชาวบ้านไม่ได้ชื่นชอบอะไร พล.อ.ประยุทธ์มากนัก ส่วนมากเท่าที่ทราบจะมีการเกณฑ์กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้มาต้อนรับ และเชื่อว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ ครั้งนี้จะมีนัยทางการเมืองแน่นอน

“สุเทพ” ปรับแผนเลื่อนเดินสายทั่วไทย

เมื่อเวลา 16.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาร่วมเป็นเจ้าของพรรค กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า เดิมตั้งใจว่าหลังวันที่ 3 มิ.ย.จะเดินทางไปเยี่ยมประชาชนทุกจังหวัด จัดวงสนทนาปราศรัยทางการเมือง อธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องสร้างพรรคการเมืองของประชาชนขึ้นมา ตั้งใจจะออก เดินทางให้ทั่ว 77 จังหวัดใช้เวลา 80-90 วัน เชื่อมั่นว่าจะมีประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันจำนวนมากมาร่วม แต่ยังติดคำสั่ง คสช.และกฎหมายห้ามการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องปรับใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียแทน เมื่อใดที่ คสช.อนุญาตจะเดินทางไปจังหวัดต่างๆอีกครั้ง

กกต.สรุปความเห็นร่าง ก.ม.ท้องถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปผลการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ....ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งเรื่องมาให้ กกต.เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยผลสรุปที่น่าสนใจ อาทิ การมอบหมายให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้งแทน กกต.อาจทำให้ไม่เป็นกลางได้ กกต.ควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรกำหนดระยะเวลาออกเสียงเลือกตั้งตั้งแต่ 08.00-15.00 น. เพราะจะทำให้กรรมการประจำหน่วยเตรียมการนับคะแนนและจัดทำเอกสารต่างๆ ได้สะดวก กรณี กกต.ต้องสืบสวน ไต่สวนเนื่องจากเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมควรกำหนดระยะเวลาให้เสร็จก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง

แนะเพิ่มโทษหนักขึ้นฟันพวกทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ควรกำหนดห้ามบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งและลาออกก่อนครบวาระกลับเข้ามาสมัครในตำแหน่งเดิม ความผิดที่กำหนดให้เป็นการทุจริตในเลือกตั้งควรกำหนดระวางโทษให้หนักยิ่งกว่าที่ร่างกฎหมายกำหนด เพราะที่ผ่านมามีการทุจริตอย่างมโหฬารทุกระดับ ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.เตรียมสรุปปัญหาอุปสรรคในทางปฏิบัติงานเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาต้นสัปดาห์หน้าและจะได้ส่งความเห็นให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษ เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณาทบทวนปรับปรุงขั้นตอน สุดท้ายก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะส่งถึง สนช.ได้ช่วงต้นเดือน ส.ค.

แกนนำอยากเลือกตั้งรายงานตัวศาล

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา นายรังสิมันต์ โรม พร้อมแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รวม 9 คน ผู้ต้องหาในคดียุยงปลุกปั่น ข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเข้ารายงานตัวต่อศาลหลังครบกำหนดฝากขัง 48 วัน กรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ยื่นคำร้องฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งและต่อต้านคสช.เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.2561 พร้อมขอหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 50,000 บาทคืนจากศาล หลังอัยการยังไม่ยื่นฟ้องภายในกำหนดฝากขัง โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า คดีนี้ยังมีอายุความอยู่ที่ 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับอัยการจะยื่นฟ้องเมื่อไหร่ ส่วนตนยังมีคดีเกี่ยวกับการชุมนุมอีก 8 คดี ยืนยันว่าต้องการเห็นประเทศไทยออกจากระบอบเผด็จการ เพียงแต่สถานการณ์ปัจจุบันต้องติดตามตรวจสอบรัฐบาลต่อไป ส่วนจะมีกิจกรรมอีกหรือไม่ยังตอบไม่ได้ หากมีจะแจ้งสื่อมวลชนให้ทราบ